เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดจับขบวนการลักลอบขนไม้หวงห้ามประเภทไม้ชิงชันจากพื้นที่ภาคเหนือ เตรียมนำส่งพื้นที่ภาคกลาง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่าสามล้านบาท
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการลักลอบขนไม้หวงห้ามประเภทไม้ชิงชัน รวมถึงสิ่งของผิดกฎหมาย จากพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติการณ์ และวางแผนสกัดจับ
โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ ตำรวจสอบสวนกลาง กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 3 กองบังคับการสกัดกั้นและลำเลียงยาเสพติด (กก.3 บก.สกส. บช.ปส.), เจ้าหน้าที่ สถานีตำรวจภูธรทับคล้อ, เจ้าหน้าที่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 4 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) และเจ้าหน้าที่ ศูนย์ป่าไม้พิจิตร สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 นครสวรรค์
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่
1.นายศุภกฤต (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี สัญชาติไทย
2.นายอัศวพล (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี สัญชาติไทย
3.นายนัฐพล (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี สัญชาติไทย
โดยแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 และมาตรา 70 ฐาน “มีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และรับไว้ด้วยประการใด ซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียซึ่งไม้หรือของป่า ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หรือของป่าที่ได้มาโดยการกระทำผิดต่อบทแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484”
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ นายนัฐพล ในความผิดฐาน ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย
• ไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 37 ท่อน ปริมาตรรวม 6.62 ลูกบาศก์เมตร
• รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล จำนวน 2 คัน ใช้ในการขนส่งไม้ผิดกฎหมาย
• โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 เครื่อง ใช้ติดต่อสื่อสารกันในขบวนการ
• ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 53 เม็ด
จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่นมาดำเนินคดีต่อไป.











