กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม.รรท.รอง ผบก.ปทส. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปทส.,พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ คงคะนึง รอง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท.เกียรติชัย แสงศิลา รอง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท.ธานุพันธ์ สุระสะ สว.กก.1 บก.ปทส. ร่วมกันจับกุม
1.นายอัครเดชฯ
2.น.ส.ขนิษฐาฯ
ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญามีนบุรี ที่ 464/2569 ลงวันที่ 16 ม.ค.2569 และ ที่ 465/2569 ลงวันที่ 16 ม.ค.2569
ในความผิดฐาน “ร่วมกันค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17,29 (หนังเสือโคร่ง) มีอัตราโทษตามมาตรา 87 จำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีอัตราโทษตามมาตรา 92 จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สิ่งของที่ทำการตรวจยึด
1.
1.1 หนังเสือ 29×22 นิ้ว
1.2 หนังเสือ 13×13 นิ้ว
2.
2.1 เศษหนังเสือ
2.2 กรรไกร
2.3 ไม้บรรทัด
3.
3.1 เศษหนังเสือ
3.2 เศษหนังเสือรวมบรรจุในกล่องพลาสติกสีขาว 2 กล่อง
4.
4.1 ตะกรุดหนังเสือ
4.2 หนังเสือ
4.3 ส่วนประกอบตะกรุด
สถานที่จับกุม บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 8 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จว.ชลบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก กองกำกับการ 1 บก.ปทส.)สืบทราบว่ามีการค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองผ่านช่องทางออนไลน์ จึงทำการสืบสวนจนพบว่ามี นายอัครเดชฯ และ น.ส.ขนิษฐาฯ ร่วมกันทำการปลุกเสกตะกรุดที่ทำมาจากหนังเสือโคร่งซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งขายให้กับลูกค้าที่มีความสนใจในเครื่องรางที่ทำจากซากเสือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้รวมรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญามีนบุรี และ ศาลอาญามีนบุรี ได้อนุมัติหมายจับให้จับกุมตัวบุคคลทั้งสองมาดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และ ให้ทำการตรวจค้นบ้าน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้นำกำลังเข้าจับกุมบุคคลทั้งสองได้ที่บ้านหลังดังกล่าว และทำการตรวจค้นพบเครื่องรางที่ทำจากตะกรุดหนังเสือ และแผ่นหนังเสือ จึงทำการตรวจยึด และแจ้งข้อกล่าวหาตามข้างต้นให้บุคคลทั้งสองทราบ และควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 บก.ปทส. ดำเนินคดีในข้อหา“ร่วมกันค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่ง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ประกอบกับกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดให้สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ.2567 เสือโคร่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอยู่ในลำดับที่ 158 ผู้ใดค้าหรือครอบครองซากเสือโคร่งโดยผิดกฎหมายมีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
เตือนภัย สัตว์ป่าเป็นสิ่งมีชีวิตโปรดอย่าคิดทำลาย การครอบครองสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าสงวน และซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกและโทษปรับสูง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) มุ่งมั่นปราบปรามผู้ค้าสัตว์ป่า และซากสัตว์ป่าผิดกฎหมาย เพื่ออนุรักษ์ รักษาไว้ซึ่งสัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ให้คงไว้กับธรรมชาติสืบต่อไป
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”











