จากกรณีที่เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่อ่างทอง หลังได้รับร้องเรียนว่า มีการขายน้ำมันเกินราคาในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ก่อนขยายผลพบคลังน้ำมันต้องสงสัย ภายในคลังพบสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก รวมกว่า 331,000 ลิตร แบ่งเป็นน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 รวมมูลค่ากว่า 12.5 ล้านบาท โดยมีผู้จัดการคลังเป็นผู้นำตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวจำหน่ายน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 40.50 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาทั่วไป โดยอ้างว่ารับซื้อมาที่ลิตรละ 39.50 บาท แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารการซื้อขายหรือหลักฐานการชำระเงินได้
ล่าสุดวันนี้้(วันที่ 25 มี.ค.69 ) ที่ อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.แอม (สงวนชื่อจริงและนามสกุล) ตัวแทนบริษัทคู่ค้าน้ำมัน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. เพื่อนำเอกสารมายื่นเพิ่มเติม โดยเปิดเผยว่า วันนี้ได้นำเอกสารสำคัญมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่ ใบกำกับการขนส่ง และใบกำกับภาษี เพื่อยืนยันว่า มีการซื้อขายน้ำมันเกิดขึ้นจริงตามขั้นตอน สำหรับเอกสารที่นำมายื่น เป็นข้อมูลธุรกรรมในช่วงวันที่ 1-18 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสามารถตรวจสอบที่มาของน้ำมัน และเส้นทางการซื้อขายได้อย่างชัดเจน
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับบริษัทในพื้นที่อ่างทองแล้วหรือไม่ ตัวแทนบริษัทคู่ค้าคลังน้ำมัน ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันโดยตรง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากแต่ละฝ่ายต่างมีเอกสารยืนยันในส่วนของตนเอง ส่วนบทบาทของบริษัท ของตน เป็นลักษณะ “ผู้ประสานงานหรือผู้จำหน่าย” (ลักษณะจ๊อบเบอร์) ทำหน้าที่รับความต้องการจากลูกค้า ก่อนจัดหาน้ำมันและออกเอกสารให้ลูกค้าไปรับสินค้าด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าเมื่อมีการนำเอกสารมายืนยันครบถ้วนแล้ว และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้
ขอยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง ทั้งในด้านเอกสาร การซื้อขาย และราคา ไม่มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ทั้งนี้ มองว่าประเด็นที่เกิดขึ้นอาจมาจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร หรือการส่งมอบเอกสารบางส่วนให้กับเจ้าหน้าที่ แต่ยืนยันว่าบริษัทมีหลักฐานครบถ้วน และพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างเต็มที่
ด้าน พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ รรท.ผู้กำกับการ 2 บก.ปคบ. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ในวันนี้พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้บริษัทคู่ค้านำเอกสารหลักฐาน โดยเฉพาะใบกำกับการขนส่งน้ำมัน เข้ามาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตัวแทนจากบริษัทคลังน้ำมัน จ.อ่างทอง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนไปก่อนแล้วเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา
จากการเข้าพบของตัวแทนคลังน้ำมันจ.อ่างทองเมื่อวานนี้ เป็นเพียงการนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้น ซึ่งพบว่ามีพยานหลักฐานบางส่วนที่สอดคล้องกับแนวทางคดี แต่ยังต้องทำการสอบปากคำเพิ่มเติมในหลายประเด็น โดยเฉพาะรายละเอียดในเอกสารการขนส่งซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน ส่วนประเด็นเรื่องคุณภาพน้ำมันที่ส่อไม่ได้มาตรฐานนั้น ทางตัวแทนบริษัทฯ ยังไม่ได้มีการชี้แจงในรายละเอียดดังกล่าว
จากการตรวจสอบเส้นทางน้ำมันของคลังที่ จ.อ่างทอง พบว่ามีการซื้อน้ำมันมาจากหลายแหล่ง เนื่องจากประกอบกิจการมานานแล้ว แต่ทางพนักงานสอบสวนได้มุ่งเน้นตรวจสอบไปที่ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบริษัทคู่ค้า 2 แห่งที่รับน้ำมันมา จึงได้เรียกตัวแทนเข้ามาชี้แจงข้อมูลทั้งหมด เพื่อตรวจสอบดูว่าน้ำมันมีที่มาที่ไปอย่างไรและได้มาตรฐานตามกฎหมายหรือไม่
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะนำข้อมูลที่ได้จากทั้งฝั่งคลังน้ำมันและบริษัทคู่ค้ามาเปรียบเทียบกัน หากพบประเด็นสงสัยเพิ่มเติมจะมีการเรียกตัวแทนเข้ามาชี้แจงอีกครั้ง เพื่อสรุปข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายความผิดฐานกักตุนสินค้า ขายเกินราคา หรือจำหน่ายน้ำมันไม่ได้มาตรฐานตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ต่อไป







