วันพฤหัสบดี, มีนาคม 26, 2026
หน้าแรกคอลัมนิสต์สืบจากข่าว”พี่ศรีฯ“ ร้องนายกฯตรวจสอบคุณสมบัติสุริยะ-ประเสริฐ-สุดาวรรณ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

Related Posts

”พี่ศรีฯ“ ร้องนายกฯตรวจสอบคุณสมบัติสุริยะ-ประเสริฐ-สุดาวรรณ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

เวลา 10.00 น.วันที่ 26 มี.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา ผ็นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงนายกรัฐมนตรีผ่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัตินายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายประเสริญ จันทรรวงทอง และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ซึ่งเป็นบุคคลที่พรรคเพื่อไทยเสนอให้พิจารณาเป็นรัฐมนตรีนั้น มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160 (4) (5) อันกี่ยวกับการมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติการณ์ขัดจริยธรรม หรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เคยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีที่ซื้อเครื่องบินเจ็ตหรู Gulfstream G550 จากนายเบน สมิธ โดยนายสุริยะ ยอมรับซื้อเครื่องบินลำดังกล่าวจากนายเบน สมิธจริง โดยซื้อเมื่อปี 67 ในราคา 862 ล้านบาท แต่อ้างแจ้ง ป.ป.ช.แค่ 30 ล้านตามสัดส่วนถือครอง ซึ่งนายเบน สมิธ เป็นบุคคล บช.ก. ออกหมายจับร่วมกับภรรยา ข้อหาตุ๋นนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติหลายโครงการ นอกจากนั้น ปปง. ยังมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ของเครือข่ายให้ตกเป็นของแผ่นดินในคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ขบวนการสแกมเมอร์ รวมกว่า 13,074 ล้านบาท การไปคบหาซื้อทรัพย์จากบุคคลดังกล่าว อาจเข้าข่ายขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงได้

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพฤติการณ์ของกลุ่มธุรกิจ “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี” ภายใต้โครงการ Worldcoin ซึ่งส่อเค้าเกี่ยวพันกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการฟอกเงินระดับโลก โดยมีจุดเริ่มต้นจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในสมัยที่นายประเสริฐเป็นรัฐมนตรี กับบริษัทเอกชนจากสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2567 ซึ่ง DSI ได้แฉพฤติการณ์ว่ารวบรัดผิดวิสัย ข้ามหัวกองกฎหมาย เมินคำเตือนอัยการสูงสุด ปล่อยข้อมูลอัตลักษณ์คนไทย 1.2 ล้านรายตกอยู่ในความเสี่ยง หวั่นโยงขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ

ส่วน น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียกร่วมกับเครือญาติในข้อกล่าวหาฐานความผิด ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์โดยการขุดบ่อเก็บกักน้ำ ในที่ดินซึ่งตนไม่ได้มีสิทธิ อันเป็นที่ดินของรัฐและที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และเป็นที่ป่า โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง และมาตรา 54 มาตรา 55 ประกอบมาตรา 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 360 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

อย่างไรก็ตามเรื่องของคุณสมบัติของรัฐมนตรีนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนวไว้ในคำวินิจฉัยที่ 21/2567 โดยให้ความหมายของคําว่า “ซื่อสัตย์” และคําว่า “สุจริต” ว่า มิใช่เป็นเพียงเรื่องการกระทําทุจริต หรือประพฤติมิชอบเท่านั้น แต่ต้องเป็นการกระทําให้วิญญูชนทั่วไปที่ทราบพฤติการณ์หรือการกระทํานั้นแล้ว ยอมรับว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ด้วย การตรวจสอบคุณสมบัติจึงไม่ได้พิจารณาเพียงแค่เคยต้องคดีหรือมีคำพิพากษาของศาลหรือมีลักษณะต้องห้ามแล้วเท่านั้น

องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องต่อท่านนายกรัฐมนตรีผ่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของ 3 บุคคลดังกล่าว หากเพิกเฉยก็จะนำคำร้องไปร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts