เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 มี.ค.69 จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พานายเอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี มาร้องเรียนกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม หลังถูกรุมทำร้ายร่างกายโดยการใช้อาวุธมีดพยายามแทงเข้าที่คอจนได้รับบาดเจ็บ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า หวั่นจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและเกรงกลัวในเรื่องความปลอดภัย
โดยนายเอ ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ช่วงประมาณเที่ยงคืน บริเวณด้านหน้าร้านคาราโอเกะที่ตนเป็นหุ้นส่วนด้วย ปากซอยเฉลิมพระเกียรติ 5 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงบางบอน เขตประเวศ ซึ่งก่อนหน้านี้ตั้งแต่ 2 ทุ่มของวันที่ 11 มีนาคม ตนได้มานั่งอยู่ในร้านคาราโอเกะดังกล่าว เพื่อพูดคุยกับแฟนเก่าที่เลิกกันไปนานแล้ว ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของร้านเช่นเดียวกัน โดยตั้งใจจะเจรจาพูดคุยเกี่ยวกับการบริหารงานร้านหลังจากนี้
ปรากฏว่าได้มีนายบี ซึ่งเป็นคนที่มาติดพันกับแฟนเก่า ได้เข้ามาในร้านพร้อมพวก โดยนายเอไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่นายบีอ้างว่าอยากจะเจอและพูดคุยกับตน เลยได้มีการพูดคุยกัน ระหว่างที่มีการพูดคุย นายบีได้พูดจาข่มขู่และอ้างว่า ตัวเองมีบ่อน มีอิทธิพล ไม่เกรงกลัวตำรวจ และได้จ่ายส่วยให้กับตำรวจด้วย ที่สำคัญ ยังทำเป็นโทรพูดคุยกับตำรวจโชว์ต่อหน้าตัวเอง เหมือนแสดงให้เห็นว่ารู้จักกับตำรวจ ทำให้บรรยากาศการคุยไม่ราบรื่นและมีแนวโน้มว่าผู้ก่อเหตุจะหาเรื่องตน จึงได้ขึ้นไปหลบอยู่ภายในตึก หวังว่ารอให้บรรยากาศเย็นลงแล้วจะกลับบ้าน
พอถึงประมาณเที่ยงคืนกว่า ตนก็เดินออกจากร้านเพื่อขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ปรากฏว่าพวกของนายบีได้เดินมาประกบตนขณะที่กำลังคร่อมรถจักรยานยนต์ ก่อนลงมือล็อคคอและใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ใบหน้ากับคอของตน หลังจากนั้นนายบีพร้อมพวกก็หลบหนีไป ซึ่งจากบาดแผล เห็นได้ชัดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุตั้งใจจะแทงเข้าที่หลอดลม หวังจะปลิดชีวิตตัวเอง
นายเอเชื่อว่า แฟนเก่าน่าจะเป็นคนติดต่อให้นายบีทราบว่าตนจะมาร้านในวันนั้น เพราะก่อนหน้านี้ตนไม่เคยเห็นผู้ก่อเหตุมาที่ร้านในช่วงเวลาดังกล่าวเลย ยืนยันว่าตนไม่รู้จักกับผู้ก่อเหตุ แต่ด้วยความที่ผู้ก่อเหตุมาติดพันแฟนเก่าและแสดงพฤติกรรมอ้างตัวเป็นเจ้าของร้าน ทั้งที่ไม่มีหุ้นส่วนของร้าน เลยเป็นสาเหตุที่ตนต้องมาพูดคุยกับแฟนเก่าในวันนั้น ย้ำว่าที่ร้านไม่มีปัญหาเรื่องการเงินหรือการแบ่งผลประโยชน์แต่อย่างใด ส่วนคำกล่าวอ้างของแฟนเก่า บอกเพียงแค่ว่าไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตนไม่ปักใจเชื่อ
สำหรับความคืบหน้าคดี ตนได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ซึ่งตนรู้สึกกังวลในเรื่องของความปลอดภัย จนถึงตอนนี้ก็ไม่กล้ากลับไปที่ร้านที่เกิดเหตุ แล้วหวั่นว่าผู้ก่อเหตุซึ่งมีพฤติกรรมอ้างตัวเป็นมาเฟียจะมาก่อเหตุซ้ำกับตน จึงกังวลในเรื่องของความปลอดภัย เลยตัดสินใจมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามในวันนี้ เพราะถือเป็นความพยายามที่จะต้องการฆ่าตนโดยเฉพาะ
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามได้ประสานไปยังศาลที่เกิดเหตุให้ในรัดคดีช่วยผู้เสียหายตามกฎหมายต่อไป




















