กลุ่มไทยออยล์จับมือหน่วยงานรัฐและเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง เดินหน้าโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่หมู่เกาะสีชัง ประจำปี 2569 มุ่งฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ควบคู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ชุมชน ผ่านกิจกรรม “ซั้งบ้านปลา” วางเป้าดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี รวม 150 ชุด
วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 เปิดโครงการ “อนุรักษ์และส่งเสริมทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่หมู่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2569” เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนชายฝั่งที่บริเวณบ้านเกาะขามใหญ่ ตำบลท่าเทววงศ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
หัวใจสำคัญของโครงการคือการจัดทำ “ซั้งบ้านปลา” ซึ่งเป็นการผสานภูมิปัญญาประมงพื้นบ้านเข้ากับองค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อสร้างแหล่งอาศัย แหล่งวางไข่ และแหล่งหลบภัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี (ตุลาคม 2568 – กันยายน 2571) รวมทั้งสิ้น 150 ชุด แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะละ 50 ชุด โดยการวางซั้งครั้งแรกเริ่มขึ้นในวันนี้ ครอบคลุมพื้นที่รอบหมู่เกาะสีชัง รวมถึงเกาะขามใหญ่
โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมรายได้ให้กับชุมชนประมงพื้นบ้าน เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งอย่างสมดุล อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับพื้นที่สู่แหล่งดำน้ำแห่งใหม่ในอนาคต
นายสุธนะ อุดมจรรยา ผู้ช่วยผู้จัดการ–กลยุทธ์ด้านกิจการเพื่อสังคม ไทยออยล์ กล่าวว่า “รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมกิจกรรมสร้างบ้านปลาและปล่อยสัตว์น้ำ ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานรัฐและเครือข่ายประมงในพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของชุมชน โดยไทยออยล์จะติดตามผลและนำข้อมูลไปพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง”
ด้านนายวุฒิพงศ์ วงษ์อินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งภาค 2 ระบุว่า “โครงการดังกล่าวมุ่งแก้ไขปัญหาปริมาณสัตว์น้ำที่ลดลงในพื้นที่หมู่เกาะสีชัง โดยการจัดทำซั้งบ้านปลาจากวัสดุธรรมชาติ ควบคู่การกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในระยะยาว สร้างรายได้ให้ชุมชน และนำไปสู่ความยั่งยืนทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกิจฐานราก”
โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่หมู่เกาะสีชังครั้งนี้ จึงนับเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน ที่ร่วมกันสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง












