วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
หน้าแรกการเมืองป.ป.ช. มติ 4:3 ชี้มูล "สุภา" อดีต กก.ป.ป.ช. ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินฯ ทำรัฐเสียหายหมื่นล้าน

Related Posts

ป.ป.ช. มติ 4:3 ชี้มูล “สุภา” อดีต กก.ป.ป.ช. ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินฯ ทำรัฐเสียหายหมื่นล้าน

จับตาความเคลื่อนไหว ป.ป.ช. ล่าสุดหลังมีมติเสียงข้างมากชี้มูลความผิดอดีตกรรมการและพวก กรณีละเว้นการยื่นอุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ ตามแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกา พบส่งผลกระทบต่อรายได้รัฐกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติ 4 ต่อ 3 ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงต่อ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

กรณีดังกล่าวเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ในการไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ในคดีประเมินภาษีซื้อขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของนายพานทองแท้ และนางสาวพินทองทา ชินวัตร ซึ่งส่งผลให้รัฐไม่ได้รับรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรกว่า 17,900 ล้านบาท

จากการตรวจสอบพบว่า ในขณะนั้นนางสาวสุภาไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังที่บังคับให้ส่วนราชการต้องยื่นอุทธรณ์ในคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกิน 10 ล้านบาท แม้หน่วยงานเจ้าของคดีจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น แต่พฤติการณ์ปรากฏว่ามีการลงนามรับทราบการตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบการไม่อุทธรณ์ และเสนอให้ไปประเมินภาษีจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงแทนการดำเนินการตามระเบียบอุทธรณ์เดิม

ทั้งนี้ ป.ป.ช. พิจารณาเห็นว่า กรมสรรพากรและกระทรวงการคลังมีเหตุผลทางกฎหมายเพียงพอในการอุทธรณ์ เนื่องจากประมวลรัษฎากร มาตรา 61 ให้อำนาจเรียกเก็บภาษีจากผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเคยมีคำวินิจฉัยไว้ก่อนหน้า การไม่นำประเด็นดังกล่าวมาโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์ จึงถูกพิจารณาว่าเข้าข่ายพฤติการณ์การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดนางสาวสุภาและพวก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 และ 157 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและวินัยร้ายแรง โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะดำเนินการส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีมติให้แยกสำนวนกรณีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องละเว้นการออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร มาประเมินภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้อีกกว่า 11,000 ล้านบาท เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts