เสียงร่ำไห้ของคนทำมาหากิน! ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและร้านค้าในพื้นที่ระยอง, ปลวกแดง, ห้วยใหญ่ ตลอดจนเมืองพัทยา บ่นอุบจนน้ำตาไหลเป็นสายเลือด หลังต้องเผชิญมรสุมเศรษฐกิจซ้ำร้ายยังต้องแบกรับภาระนอกระบบ ตกเป็นเหยื่อขบวนการ ‘คนเดินตั๋วสายเคลียร์’ บีบจ่ายส่วยแลกกับการทำมาหากิน วอนหน่วยงานรัฐล้างบางด่วนก่อนธุรกิจล่มสลาย
ชลบุรี-ระยอง – ผู้สื่อข่าวรายงานกระแสความทุกข์ร้อนอย่างหนักของบรรดาผู้ประกอบการร้านค้า ข้าราชการบำนาญที่ผันตัวมาทำธุรกิจ และกลุ่มทุนท้องถิ่นในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญภาคตะวันออก ตั้งแต่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ขยายวงกว้างไปจนถึงตำบลห้วยใหญ่ และเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ต่างกำลังประสบปัญหาไร้ทางออกจากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มอิทธิพลมืด
ทำมาหากินหรือโดนปล้น? แบกต้นทุนแท้ไม่พอ ยังต้องจ่ายต้นทุนเทียม
กลุ่มตัวแทนผู้ประกอบการเปิดเผยความช้ำใจว่า ในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันสูงและค่าครองชีพพุ่งทะยาน การทำมาหากินดิ้นรนในแต่ละวันก็ยากลำบากสาหัสอยู่แล้ว เนื่องจากต้องแบกรับทั้งค่าเช่าสถานที่ที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าจ้างคนงาน ค่าแรงงาน รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและค่าน้ำค่าไฟ
แต่สิ่งที่ทำให้คนหาเช้ากินค่ำและนักลงทุนท้องถิ่นถึงกับต้อง “น้ำตาไหลเป็นสายเลือด” คือการต้องจำใจควักกระเป๋าจ่ายเงินให้กับ ‘คนเดินตั๋วสายเคลียร์’ หรือกลุ่มหน้าม้าที่อ้างตัวเป็นตัวแทนเคลียร์ทางให้กับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งหากร้านใดปฏิเสธหรือไม่ยอมจ่ายเงินกินเปล่าก้อนนี้ ก็จะถูกกลั่นแกล้งหรือคุกคามจนไม่สามารถเปิดดำเนินกิจการได้อย่างสงบสุข
วอนบิ๊กสีกากี-ฝ่ายปกครองล้างบางขบวนการ ‘ส่วยตั๋ว’ ก่อนพังพินาศ
จากพฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดคำถามอื้อฉาวสะท้อนสังคมว่า “การทำมาหากินในยุคนี้ นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายตามจริงแล้ว ประชาชนยังต้องเตรียมงบประมาณไว้จ่ายให้พวกเดินตั๋วสายเคลียร์ด้วยหรือ?”
นักวิเคราะห์มองว่า หากปล่อยให้ขบวนการรีดไถนอกระบบนี้กัดกินภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชายฝั่งตะวันออกต่อไปโดยไม่มีการเช็กบิล อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และเหยียบย่ำผู้ประกอบการรายย่อยจนต้องปิดตัวลงในที่สุด กลุ่มผู้ประกอบการจึงรวมตัวส่งสัญญาณวิงวอนไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ให้ส่งชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ทลายมาเฟียสายเคลียร์กลุ่มนี้ให้สิ้นซาก เพื่อคืนความเป็นธรรมและลมหายใจให้คนทำมาหากินชลบุรี-ระยองโดยเร็วที่สุด





