(17 ส.ค.69) เวลา 11.00 น. นายมาโนช หนองใหญ่ และนายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา ได้นำเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายโอตากะ มาซาโตะ (Mr.Otaka Masato) พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนแบบครบวงจรบนเกาะล้าน เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว โดยมีนายชูเกียรติ หนองใหญ่ และนายกรณ์ พัฒนสิน ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยสมาชิกสภาเมืองพัทยา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา รองปลัดเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้มีนายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานกรรมการบริษัท สมาร์ท เวสท์ เมนเนจเมนท์ จำกัด พร้อมทีมงาน ร่วมบรรยายสรุปและนำเยี่ยมชมการทำงานของระบบฯ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยบนเกาะล้าน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีขยะสะสมตกค้างกว่า 150,000 ตัน และมีขยะเกิดขึ้นใหม่ถึง 25 ตันต่อวัน ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะล้าน
ทั้งนี้เมืองพัทยาได้ดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ และแผนปฏิบัติการ “จังหวัดสะอาด” โดยได้ศึกษาและออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เฉพาะของเกาะล้าน (Stand Alone) จนนำไปสู่การก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนแบบครบวงจรแห่งนี้ หัวใจสำคัญของโครงการคือการมุ่งเน้นการกำจัดขยะอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีเตาเผาที่ทันสมัยมาใช้ ซึ่งสามารถรองรับการกำจัดขยะได้สูงสุดถึง 50 ตันต่อวัน ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ภายใต้หลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งระบบเผาทำลาย อาคารประกอบ และระบบฝังกลบเถ้า เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งโครงการนี้ยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเป็นการลงทุนในรูปแบบ BOT (Build-Operate-Transfer) มีบริษัท สมาร์ท เวสท์ เมเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการเป็นระยะเวลา 25 ปี เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ภายในศูนย์ยังได้จัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้การคัดแยกขยะ” ซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วย ห้องนิทรรศการ สำนักงาน และห้องประชุม เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับเยาวชนและนักท่องเที่ยว ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์กเชิงการศึกษาแห่งใหม่ของเกาะล้านอีกด้วย โดยมุ่งหวังให้ศูนย์กำจัดขยะครบวงจรแห่งนี้เป็นต้นแบบการจัดการขยะสู่การท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) ในระดับสากล และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับระบบบริหารจัดการขยะของประเทศไทยในอนาคตต่อไป













