วันศุกร์, พฤษภาคม 22, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมหนุ่มเต้นท์รถมือสองร้องกองปราบถูกชุดสืบฯ ศรีสะเกษ ควงอาก้าจ่อ-ขู่ถุงดำคลุมหัว รีดเงินแสนห้า แลกไม่ดำเนินคดีวิ่งราว

Related Posts

หนุ่มเต้นท์รถมือสองร้องกองปราบถูกชุดสืบฯ ศรีสะเกษ ควงอาก้าจ่อ-ขู่ถุงดำคลุมหัว รีดเงินแสนห้า แลกไม่ดำเนินคดีวิ่งราว

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 พ.ค. 68 ที่บริเวณริมฟุตบาทด้านหน้ากองบังคับการปราบปราม นายอรุณ มีชัย พร้อม”จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” เข้าพบ พงส.บก.ป.เพื่อร้องเรียนและขอคำปรึกษาทางกฎหมาย กรณีถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ กรรโชกทรัพย์และข่มขู่คุกคามอย่างหนัก จนครอบครัวเกิดความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด และไม่สามารถอยู่อาศัยในพื้นที่ได้

นายอรุณ เปิดเผยต้นสายปลายเหตุว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ตนได้ทำสัญญาซื้อ-ขายรถยนต์กระบะ Toyota Revo ในราคา 345,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดเนื่องจากรถคันดังกล่าวยังติดไฟแนนซ์อยู่ (ยอมรับว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย) ทว่าหลังจากซื้อขายเสร็จสิ้น ตนได้ใช้กุญแจสำรองขับรถคันดังกล่าวกลับมาจากปั๊มน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในจุดนี้ตนยอมรับผิดในส่วนที่นำรถกลับมา

ต่อมาในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ได้มีการนัดหมายเพื่อซื้อขายกันอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาประมาณ 16.00 น. ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็น ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้าทำการจับกุมโดยไม่ได้แสดงหมายจับ พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนสงคราม (อาก้า) จ่อเล็งมาที่ตนและน้องๆ รวม 3 คน ก่อนจะใส่กุญแจมือควบคุมตัวไปยังห้องปฏิบัติการสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ

“พอไปถึงห้องสืบฯ พวกเขาข่มขู่ว่าจะเอาถุงดำคลุมหัวพวกผม และเรียกเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีข้อหาวิ่งราวทรัพย์ คืนนั้นเจรจากันจนถึงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันใหม่ (14 พ.ค.) จึงตกลงจ่ายเงินให้ก่อน 150,000 บาท แบ่งเป็นเงินสด 50,000 บาท และโอนเงินอีก 50,000 บาท ในเวลา 03.52 น. ส่วนที่เหลืออีก 50,000 บาท นัดจ่ายในวันถัดไป” นายอรุณ กล่าว

นายอรุณ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 14 พฤษภาคม พนักงานสอบสอบเวรได้เรียกไปทำสำนวนเพื่อตัดเลขคดี ซึ่งทางตนกลัวจะเสียประวัติ ทางร้อยเวรจึงเสนอว่า ให้จ่ายเงินจำนวน 3,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือเข้าเครื่องระบบประวัติอาชญากร โดยให้ปั๊มเพียงหมึกเปื้อนมือธรรมดาเท่านั้น ก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้าน

หลังจากนั้น ฝั่งผู้เสียหายรายเดิมได้ติดต่อมาแจ้งว่า เงินจำนวน 50,000 บาท ที่จ่ายไปเมื่อคืนก่อนนั้น ได้นำไปมอบให้ตำรวจหมดแล้ว และจะขอเรียกเก็บเพิ่มจากตนอีก 50,000 บาท แยกต่างหากจากยอดความเสียหายเดิม 250,000 บาท ซึ่งตนมีคลิปเสียงหลักฐานชัดเจน และถูกกดดันคุกคามจากทุกฝ่ายจนต้องตัดสินใจบอกไปว่า “ผมอัดเสียงไว้ทั้งหมด” กลุ่มดังกล่าวจึงเงียบหายไป และต่อมาร้อยเวรได้ออกหมายเรียกให้ไปพบในวันที่ 1 มิถุนายน 2569

นายอรุณ ระบุอีกว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนเจตนาจะนำเงินไปวางเพิ่มอีก 50,000 บาท โดยส่งทนายความไปเจรจาเพื่อขอไกล่เกลี่ยนำรถออกมารีไฟแนนซ์เพื่อปิดยอดทั้งหมด แต่ทางตำรวจกลับฝากทนายมาบอกว่าให้ “ผู้ใหญ่” ฝั่งตนมาเคลียร์ พอส่งผู้ใหญ่ไปคุยกลับไม่ยอม และทำท่าทีเหมือนจะแจ้งข้อหาเพิ่ม

ล่าสุดในวันนี้ (22 พ.ค.) ตนตั้งใจจะนำเงิน 50,000 บาท ไปวางตามที่คุย แต่ร้อยเวรพูดปัดและไล่ให้มาใหม่วันที่ 1 มิ.ย. พร้อมขู่สำทับว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก

“ที่พวกผมต้องมาร้องจ่าคิงส์และพึ่งกองปราบในวันนี้ เพราะพวกผมไม่ไว้ใจตำรวจชุดจับกุมเลย เงินก็รีดไปแล้วแต่กลับไม่ทำตามที่ตกลง แถมยังจะยัดข้อหาเพิ่มอีก พวกผมหวาดกลัวมากเพราะวันจับกุมเขาเอาทั้งปืนอาก้าจ่อ ทั้งขู่จะเอาถุงดำคลุมหัว ผิดก็ว่าไปตามผิด ผมพร้อมยอมรับกระบวนการกฎหมาย แต่อย่ามาใช้วิธีรีดทรัพย์ยัดข้อหากันแบบนี้ ล่าสุดไปแจ้งความดำเนินคดีกับชุดจับกุมแล้ว ตำรวจท้องที่ก็ยังไม่ยอมออกใบแจ้งความให้เลย” นายอรุณ กล่าวด้วยความอัดอั้น

ด้าน “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวหากเป็นความจริง ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงกรรโชกทรัพย์อย่างร้ายแรง ถือเป็น “มาเฟียในเครื่องแบบ” ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากนี้จะพานายอรุณและครอบครัว นำหลักฐานทั้งคลิปเสียงและสลิปการโอนเงิน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและให้ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ครอบครัวของผู้เสียหายต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts