รมว. สุชาติ เปิดงานวันป่าชุมชนแห่งชาติ ปี 69 ชูแนวคิด “สร้างสุข สร้างรายได้ สร้างอนาคต” มุ่งเป้าป่าชุมชน 12,000 แห่งทั่วประเทศ สู่ฐานเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืน
25 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน “วันป่าชุมชนแห่งชาติ” ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “Community Forest Based Wellness : ป่าชุมชน สร้างสุข สร้างรายได้ สร้างอนาคต” โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ มี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารในสังกัด หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ตลอดจนเครือข่ายป่าชุมชนเข้าร่วมงาน โดยการจัดงานครั้งนี้ มุ่งเน้นส่งเสริมให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูลตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมยกระดับป่าชุมชนกว่า 1.2 หมื่นแห่ง ให้เป็นรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาป่าตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งป่าชุมชนกระจายอยู่ทุกภูมิภาคกว่า 12,000 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 7 ล้านไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 5 ล้านครัวเรือน การจัดงานในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงวางรากฐานตามแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ มุ่งเน้นให้เกิดความสมดุลระหว่างการดูแลรักษาและการใช้ประโยชน์อย่างเกื้อกูล เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งยังเป็นฐานทรัพยากรที่สำคัญในการกักเก็บคาร์บอน ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งต่อมรดกทางธรรมชาติที่สมบูรณ์นี้ให้แก่รุ่นลูกหลานต่อไป
ด้าน นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึง ภารกิจสำคัญของกรมป่าไม้ในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนให้เครือข่ายป่าชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 กรมป่าไม้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้กำกับดูแล แต่เปรียบเสมือน “พี่เลี้ยง” ที่คอยสนับสนุนทั้งในด้านวิชาการ การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์จากป่า รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อให้ป่าชุมชนเป็นแหล่งรายได้และแหล่งความสุขที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง สำหรับการจัดงานในวันนี้มีกิจกรรมสำคัญ คือการมอบถ้วยและโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่เครือข่ายป่าชุมชนต้นแบบสู่ความยั่งยืน และภาคีเครือข่ายที่ให้การสนับสนุน อีกทั้งจะได้มอบเงินอุดหนุนให้แก่ตัวแทนป่าชุมชน 4 ภาค และการมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “รักษ์ป่า รักแผ่นดิน” มีการจัดแสดงตลาดนัดผลผลิตป่าชุมชน และการสาธิตการทำผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน
ทั้งนี้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ทำกิจกรรมเพื่อรักษาป่าชุมชนในพื้นที่ของตน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ การทำฝายชะลอน้ำ การลาดตระเวน หรือการทำแนวกันไฟ เพื่อร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ฐานทรัพยากรของชาติอย่างยั่งยืนสืบไป
















