ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่ง “ทนายปราบโกง” ร่วมอดีต พนง.การท่าเรือ แก้คำฟ้องภายใน 15 วัน ชี้คำฟ้องยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ปมยื่นฟ้องกลับ 2 ดีเอสไอ การท่าเรือฯ บิดเบือนข้อหาคดีห้องเย็น 3 พันล้าน นัดฟังคำสั่งอีกครั้ง 9 ก.ค. 2569
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิ.ย.69 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ตลิ่งชัน) ศาลมีนัดฟังคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ อท 79/2569 ซึ่งเป็นคดีระหว่าง นายกฤษฎา อินทามระ (ทนายปราบโกง) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง อดีตรองอธิบดี กับพวก รวม 4 คน ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ จากกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับการกล่าวหาทุจริตเบิกจ่ายค่าล่วงเวลาในคดีพิเศษที่ 4/2557 หรือที่สังคมรู้จักในชื่อ “ปมห้องเย็นดีเอสไอ” มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด 34 คนไปก่อนหน้านี้
โดยในวันนี้ โจทก์และทนายโจทก์เดินทางมาศาล อย่างไรก็ดี ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้ตรวจฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่า คำฟ้องยังไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 15 จึงมีคำสั่งให้โจทก์กลับไปดำเนินการแก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้อง พร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ ใน 6 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1.ให้บรรยายให้ชัดเจนว่า อำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และ 2 (เจ้าหน้าที่ DSI) ในการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับใด และการกระทำของจำเลยที่ 1 และ 2 ที่โจทก์อ้างว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายนั้น เป็นอย่างไร
2.ให้บรรยายพฤติกรรมหรือการกระทำของจำเลยที่ 1 ถึง 4 ให้ชัดแจ้งว่าร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องอย่างไร
3.ให้บรรยายถึงรายละเอียดความเสียหายที่โจทก์ทั้งสองได้รับจากการกระทำความผิดของจำเลยทั้งหมด
4.ให้บรรยายข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่ส่อว่าจำเลยที่ 1 ถึง 4 มีการร่วมกันสนับสนุน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต หรือมีลักษณะช่วยเหลือให้ความสะดวกในการกระทำความผิดอย่างไร
5.ให้ระบุว่าก่อนเกิดเหตุ โจทก์เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 ถึง 4 หรือไม่ พร้อมชี้ช่องพยานหลักฐานให้ชัดเจน
6.ให้โจทก์ที่ 2 ชี้แจงสถานะปัจจุบันของคดีแพ่ง (หมายเลขดำที่ พ 1991/2568) ที่ยื่นฟ้องการท่าเรือแห่งประเทศไทยต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ว่าปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนใด และมีคำพิพากษาแล้วหรือไม่ อย่างไร
ทั้งนี้ ศาลจึงมีคำสั่งให้ เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น.
ทางด้าน นายกฤษฎา ทนายปราบโกง เปิดเผยว่า คดีนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความขัดแย้งในคดีแรงงานหรือคดีแพ่งทั่วไป แต่เป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรม หากการเริ่มต้นกล่าวหาและจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาของหน่วยงานรัฐทำไปโดยปราศจากมูลความจริง ย่อมสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและชีวิตของพนักงานผู้บริสุทธิ์อย่างร้ายแรง จึงต้องเดินหน้าพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลต่อไป






















