วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 2, 2026
หน้าแรกท้องถิ่นรัฐบูรณาการตรวจโครงการย่านบ่อวิน หลังถูกจับตาเอี่ยวทุนจีน สรุปเบื้องต้นไม่พบนอมินี เจ้าของย้ำถือหุ้น 100% พร้อมแก้ไขทุกข้อกังวลของประชาชน

Related Posts

รัฐบูรณาการตรวจโครงการย่านบ่อวิน หลังถูกจับตาเอี่ยวทุนจีน สรุปเบื้องต้นไม่พบนอมินี เจ้าของย้ำถือหุ้น 100% พร้อมแก้ไขทุกข้อกังวลของประชาชน

หน่วยงานภาครัฐหลายภาคส่วนบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์บริเวณฝายตาจุ้ย ริมถนนสายห้วยปราบ–โป่งสะเก็ด หมู่ 3 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังมีการตั้งข้อสังเกตจากสังคมและการนำเสนอข่าวว่าอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีน โดยการตรวจสอบครอบคลุมทั้งด้านการประกอบธุรกิจ การถือครองสิทธิในที่ดิน การจ้างแรงงาน การพำนักอาศัยของชาวต่างชาติ และการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามกฎหมาย

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้แทนจากฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชา สถานีตำรวจในพื้นที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี สำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมตรวจสอบภายหลังการประชุมหารือร่วมกัน เพื่อสร้างความชัดเจนต่อข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 31 ไร่ ซึ่งมีสัญญาเช่าระยะเวลา 30 ปี โดย นางสาวศิริพรรณ เกิดสมุทร เป็นผู้เช่าพื้นที่และเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 ตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ไม่พบว่ามีบุคคลต่างชาติถือหุ้นหรือครอบครองสิทธิในโครงการตามที่มีการตั้งข้อสงสัย รวมทั้งยังไม่พบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนของประชาชน มาจากป้ายโฆษณาภายในโครงการที่มีข้อความภาษาจีนขนาดใหญ่ จึงทำให้หลายฝ่ายเข้าใจว่าเป็นโครงการของกลุ่มทุนจีน ซึ่งเจ้าของโครงการได้รับทราบข้อกังวลดังกล่าวและได้ดำเนินการนำป้ายออกเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการชี้แจงข้อมูลอย่างเต็มที่

สำหรับกรณีที่มีชาวจีนปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ เจ้าของโครงการชี้แจงว่าเป็นบุคลากรของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยภายในสำนักงานของบริษัทมีหุ้นส่วนชาวจีนจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างของบริษัทผู้รับเหมา ไม่ใช่ผู้ถือครองโครงการแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าบริษัทของตนได้จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2568 และดำเนินการขออนุญาต รวมถึงชำระภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ครบถ้วนตามกฎหมาย

นางสาวจินตนา จีระชีวิน ปลัดอาวุโสอำเภอศรีราชา เปิดเผยว่า ก่อนลงพื้นที่ได้มีการประชุมร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่มีประเด็นจำนวน 2 จุด โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำความผิดตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เช่าพื้นที่เป็นผู้ได้รับสิทธิในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เพียงผู้เดียว และเปิดให้ผู้ประกอบการเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อดำเนินธุรกิจ โดยโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้เป็นเพียงเฟสแรก ซึ่งภายหลังจากมีกระแสข่าว เจ้าของโครงการได้ถอดป้ายภาษาจีนออกเพื่อสร้างความสบายใจให้กับประชาชน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบภายในสำนักงานของโครงการ พบชาวจีนจำนวน 2 คน ซึ่งตรงกับข้อมูลที่เจ้าของโครงการแจ้งไว้ และยังมีพนักงานชาวไทยปฏิบัติงานร่วมกัน ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องการประกอบอาชีพของแรงงานต่างชาติยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานด้านแรงงาน หากพบว่ามีการประกอบอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ปลัดอาวุโสอำเภอศรีราชา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากหลักฐานที่ตรวจสอบในวันนี้ ยืนยันได้ว่าเจ้าของโครงการเป็นคนไทย ถือหุ้นร้อยละ 100 และไม่เข้าข่ายเป็นนอมินี อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐจะยังคงติดตามและเฝ้าระวังการดำเนินงานของโครงการอย่างต่อเนื่อง หากได้รับเรื่องร้องเรียนหรือพบการกระทำผิด จะเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ด้าน นางสาวศิริพรรณ เกิดสมุทร เจ้าของโครงการ กล่าวว่า ภายหลังจากมีกระแสข่าวและข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับโครงการที่กำลังก่อสร้าง ทำให้เกิดความเข้าใจว่าตนเป็นนอมินีของกลุ่มทุนจีน ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยตนเป็นคนไทยและเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 ของโครงการบนพื้นที่เช่า 31 ไร่ ระยะเวลา 30 ปี

เจ้าของโครงการระบุว่า เมื่อทราบถึงข้อกังวลของประชาชน ได้สั่งให้รื้อถอนป้ายที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดทันที พร้อมเร่งประชุมเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย

นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายพัฒนาเป็นศูนย์รวมธุรกิจและร้านค้า เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเช่าพื้นที่ประกอบกิจการได้ ภายหลังโครงการแล้วเสร็จจะเปิดรับสมัครแรงงานในพื้นที่เข้าทำงาน เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น

นางสาวศิริพรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้ส่งมอบเอกสารและหลักฐานทั้งหมดให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายทุกประการ หากพบข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ต้องแก้ไข ก็พร้อมดำเนินการทันที เนื่องจากโครงการยังมีแผนพัฒนาต่อเนื่องอีก 3 ระยะ จึงต้องการให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts