วันศุกร์, กรกฎาคม 3, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมกสม.จับมือ 11 หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานด้านความมั่นคง ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทรมาน

Related Posts

กสม.จับมือ 11 หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานด้านความมั่นคง ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทรมาน

กสม. ตรวจสอบกรณีคัดค้านโครงการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนฯ จ.นครราชสีมา ระบุประชาชนถูกกีดกันการมีส่วนร่วมและเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร – จับมือ 11 หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานด้านความมั่นคง ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทรมาน

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 24/2569 โดยมีวาระสำคัญดังนี้

2.กสม. จับมือ 11 หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานด้านความมั่นคง ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทรมาน

นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันต่อต้านการทรมานสากล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) และสมาคมเพื่อการป้องกันการทรมาน (APT) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “ร่วมยืนหยัดเพื่อผู้เสียหายจากการทรมาน: ความร่วมมือเพื่อการป้องกัน ความรับผิดชอบ และการเยียวยา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการป้องกันการทรมาน การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย และการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ และนำเสนอผลการดำเนินงานของ กสม. ด้านการตรวจเยี่ยมสถานที่คุมขังหรือควบคุมตัวบุคคลประเภทต่าง ๆ เพื่อป้องกันการทรมานและการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

โอกาสนี้ นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวเปิดงานสรุปว่า ปัจจุบันในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยยังปรากฏการกระทำทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงทำให้ผู้ถูกกระทำทรมานมีบาดแผลเจ็บปวดทางกาย แต่ยังสร้างความทุกข์ทรมานใจที่ฝังรากลึกต่อเหยื่อและครอบครัว ซึ่งเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง และทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม

ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา กสม. จึงให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุกที่มุ่งป้องกันการทรมานโดยการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวบุคคลประเภทต่าง ๆ ของรัฐทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรือนจำ ห้องควบคุมตัวในสถานีตำรวจ ห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สถานบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด รวมถึงหน่วยฝึกทหารในกองทัพ โดยการตรวจเยี่ยมนี้ไม่ใช่การจับผิด แต่เป็นการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาระบบการควบคุมตัวบุคคลที่โปร่งใส มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ และสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วนเห็นว่า มาตรการป้องกันการทรมานไม่ใช่ภาระ แต่เป็นหน้าที่และเป็นเกียรติภูมิของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าการปฏิบัติงานสอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชน

เลขาธิการ กสม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในงานดังกล่าว สำนักงาน กสม. ยังมีการประกาศเจตนารมณ์เพื่อต่อต้านการทรมาน ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย (1) สำนักงานอัยการสูงสุด (2) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (3) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (4) กรมราชทัณฑ์ (5) กองทัพบก (6) กองทัพอากาศ (7) กองทัพเรือ (8) สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดภายใต้กระทรวงสาธารณสุข (9) สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (10) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ (11) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานด้านความมั่นคง และด้านสาธารณสุขเหล่านี้ ได้ให้คำมั่นและยืนยันที่จะดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมมาตรการป้องกันการกระทำทรมาน พัฒนามาตรฐานและแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน สนับสนุนการเยียวยาผู้เสียหาย และสร้างหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชนที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในทุกบริบทที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดเสรีภาพของบุคคล เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่ยอมรับการทรมาน

ในการประชุมดังกล่าวมีการอภิปราย หัวข้อ “บทบาทของภาคประชาสังคมในการป้องกันการทรมาน: โอกาสและความท้าทายในบริบทสังคมไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิมนุษยชน วิทยากรจากคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานรณรงค์ด้านการต่อต้านการทรมานและให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการทรมาน โดยภาคประชาสังคมมีข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญ เช่น การสร้างวัฒนธรรมไม่ยอมรับการทรมาน การบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอย่างจริงจัง โดยผู้บังคับบัญชาต้องติดตามเอาใจใส่ เมื่อพบว่ามีการทรมานเกิดขึ้น ต้องมีการลงโทษผู้กระทำผิด รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้กับเจ้าหน้าที่ว่าการกระทำทรมานหรือปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำทรมานจะส่งผลเสียต่อการปฏิบัติงานและความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ นอกจากนี้ ควรมีกระบวนการตรวจสอบสถานที่ควบคุมตัวบุคคลโดยหน่วยงานภายนอกภายใต้กรอบพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (OPCAT) ด้วย

“จากการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา สำนักงาน กสม. เห็นถึงความพยายามและพัฒนาการที่สำคัญของหลายหน่วยงานในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงาน การคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกจำกัดเสรีภาพ และการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นท้าทายที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การป้องกันการทรมานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน การป้องกันการกระทำทรมานจึงเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนของสังคม และเป็นภารกิจสำคัญของสำนักงาน กสม. ที่จะขับเคลื่อนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ต่อไป” เลขาธิการ กสม. กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts