วันศุกร์, ตุลาคม 30, 2026
หน้าแรกสิ่งแวดล้อมคอลัมน์ไลฟ์สไตล์ไทยออยล์ จับมือ คณะวิทยาศาสตร์...

ไทยออยล์ จับมือ คณะวิทยาศาสตร์ ศรีราชา เดินหน้าฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง จัดโครงการพัฒนาแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งตะวันออก (ซั้ง หรือปะการังเทียม) ครั้งที่ 2

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 คณะวิทยาศาสตร์ ศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ร่วมกับ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ พัฒนาแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งตะวันออก (ซั้ง หรือปะการังเทียม) ครั้งที่ 2 ณ พื้นที่ชุมชนชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (ธนาคารปูม้ากลุ่มประมงต้นแบบบ้านอ่าวอุดม) เพื่อร่วมฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

พิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ภ.พึ่งบุญ ปานศิลา คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ศรีราชา เป็นประธานเปิดงาน โดยมี คุณประพฤทธิ์ ผกผ่า ผู้จัดการบริหารงานชุมชน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมด้วย คุณเปรม ซื่อสัตย์ ประธานกลุ่มพื้นที่ชุมชนชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (ธนาคารปูม้ากลุ่มประมงต้นแบบบ้านอ่าวอุดม) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์ บุคลากร นิสิต คณะวิทยาศาสตร์ ศรีราชา เจ้าหน้าที่บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และเครือข่ายชุมชนประมงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทยนับเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และเป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศทางทะเลได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเล การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล รวมถึงกิจกรรมการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งและการพัฒนาอุตสาหกรรม ส่งผลให้แหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำตามธรรมชาติ เช่น แนวปะการัง หญ้าทะเล และพื้นที่ชายฝั่งบางส่วนเกิดความเสื่อมโทรม กระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำและคุณภาพชีวิตของชุมชนประมง

โครงการในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการดำเนินงาน โครงการพัฒนาแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งตะวันออก (ซั้ง หรือปะการังเทียม) ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2568 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การสำรวจปัญหา การออกแบบ การจัดทำ และการปล่อยซั้งลงสู่ทะเล ก่อให้เกิดความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เพิ่มความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชน ตลอดจนพบสัญญาณเชิงบวกของการกลับมาใช้ประโยชน์พื้นที่ของสัตว์น้ำบริเวณที่ดำเนินโครงการ

การดำเนินโครงการครั้งที่ 2 มีเป้าหมายเพื่อขยายผลความสำเร็จ เพิ่มจำนวนแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้างการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงให้แก่นิสิตและประชาชน ส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาต้นแบบความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และนโยบายเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ขีดเส้น 7 วัน! “วัชระ” จี้ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี กวาดล้างต่างด้าวตั้งตัวเป็นเถ้าแก่แย่งอาชีพคนไทย รองผู้ว่าฯ รับลูกเร่งจัดการ

https://www.youtube.com/watch?v=Qd0wKjobnb4 อดีต สส.ประชาธิปัตย์ “วัชระ เพชรทอง” ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี แฉขบวนการต่างด้าวสวมรอยเป็นเจ้าของกิจการแย่งอาชีพคนไทยเกลื่อนเมือง ซัดมีเจ้าหน้าที่รัฐรับส่วย-หนุนหลัง ขีดเส้นตายกวาดล้างให้สิ้นซากภายใน 7 วัน ด้านรองผู้ว่าฯ และจัดหางานจังหวัดรับเรื่องพร้อมเร่งลงพื้นที่ฟันผิดทันที เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกร้องให้เร่งดำเนินการกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาลักลอบแย่งอาชีพคนไทยในพื้นที่ หนังสือร้องเรียนระบุข้อเท็จจริงว่า ในพื้นที่ตลาดบ้านดอน เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และทุกอำเภอ มีบุคคลต่างด้าวตั้งตนเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม และประกอบอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทยอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยนายวัชระตั้งข้อสังเกตว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างราบรื่น เนื่องจากอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานรับสินบน หรือเกรงกลัวอิทธิพลทางการเมือง นายวัชระเรียกร้องให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินการกวาดล้าง จับกุม และเนรเทศบุคคลต่างด้าวที่ละเมิดกฎหมายให้ออกนอกประเทศภายใน 7 วัน พร้อมระบุเงื่อนไขว่า หากตรวจสอบพบคนต่างด้าวเช่าอาคารสถานที่ของนักการเมืองท้องถิ่น หรือมีข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองรายใดเป็นตัวการหรือให้ความช่วยเหลือ...

จี้ อสส. ฟันล้มละลาย ‘ทักษิณ’ ทวงภาษี 1.7 หมื่นล้าน โฆษกอสส.รับลูก เผยตั้งทีมร่วมสรรพากรลุยสอบแล้ว

https://www.youtube.com/watch?v=VdNy2a80Bec วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ บุกยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) จี้เร่งฟ้องคดีล้มละลายและขอศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 'ทักษิณ ชินวัตร' เพื่อทวงหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้านบาท ก่อนหมดอายุความเดือนมีนาคม 2570 ด้านโฆษก อสส. เผยอัยการสูงสุดสั่งตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมสรรพากรเร่งพิจารณาสำนวนแล้ว ยืนยันทำงานโปร่งใสพร้อมแจงสังคมทุกมิติ นายวัชระ เพชรทอง เดินทางมายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อขอให้เร่งรัดการดำเนินคดีล้มละลายกับนายทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างอิงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50(2) และมาตรา 10 เพื่อติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรที่ 6890/2568 จำนวนกว่า 17,000 ล้านบาท นายวัชระระบุว่าพฤติการณ์ของจำเลยมีเจตนาลวงซ่อนเร้นอำพรางการถือและขายหุ้นเพื่อหลีกหนีการชำระภาษี ประกอบกับคดีจะขาดอายุความในวันที่ 27 มีนาคม...

จี้ ป.ป.ช. ฟันอธิบดีสรรพากร! “วัชระ” ร้องสอบละเว้นเก็บภาษี “ทักษิณ” 1.7 หมื่นล้าน ก่อนหมดอายุความ

https://www.youtube.com/shorts/fBP08QJRD8g "วัชระ เพชรทอง" ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ร้องตั้งคณะไต่สวนเอาผิดอธิบดีกรมสรรพากรและพวก ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้ "ทักษิณ ชินวัตร" 17,600 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เผยเคยส่งหนังสือจี้ 4 รอบแต่ไร้ผล ระบุคดีจ่อหมดอายุความ มี.ค. 70 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อชี้เบาะแสและขอให้พิจารณาไต่สวนดำเนินคดีอธิบดีกรมสรรพากรรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง กรณีไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้จำนวน 17,600 ล้านบาท จากนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาศาลฎีกา นายวัชระ ระบุในหนังสือร้องเรียนว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ทำหนังสือทวงถามไปยังอธิบดีกรมสรรพากรมาแล้วถึง 4 ฉบับ เพื่อขอให้เร่งรัดการจัดเก็บภาษีเงินได้ของนายทักษิณโดยด่วนที่สุด...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.