วันพุธ, ตุลาคม 28, 2026
หน้าแรกต่างประเทศจีน“สี จิ้นผิง” นำร่อง “ธรรมะ” กับ “เอไอ” ปักหมุด “สูง” และ “ดีงาม”

Related Posts

“สี จิ้นผิง” นำร่อง “ธรรมะ” กับ “เอไอ” ปักหมุด “สูง” และ “ดีงาม”

“แนวคิด ‘เซี่ยงซ่างเซี่ยงซ่าน’ (向上向善) หรือ ‘มุ่งสู่ระดับที่สูงขึ้นและดีงามยิ่งขึ้น’ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้นำเสนอเป็นกรอบทิศทางสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นจุดยืนเชิงนโยบายที่มีนัยสำคัญ ทั้งในมิติทางเทคโนโลยี จริยธรรม และการทูตระหว่างประเทศ แนวคิดนี้มิได้เป็นเพียงสโลแกนทางการเมือง  หากแต่สะท้อนความพยายามในการวางตำแหน่งจีน ในฐานะผู้กำหนดบรรทัดฐานของการกำกับดูแล AI ในเวทีโลก ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามนิยามของคำว่า สูงและดี ใครเป็นผู้กำหนดว่าอะไรคือประโยชน์สูงสุดของมนุษยชาติ  และเสียงของประเทศกำลังพัฒนาได้รับการสะท้อนเพียงใด  ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าพันธสัญญาที่จริงใจ”

บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร

ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ กำลังกลายเป็นข้อกังวลของสังคมทั่วโลก เมื่อเอไอมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จนอาจสร้างปัญหาต่อสังคมของมนุษยชาติ แนวคิด “เซี่ยงซ่างเซี่ยงซ่าน” จึงตีความแนวคิด “สูง” และ “ดี” เพื่อสร้างธรรมาภิบาลเอไอแบบจีน ก่อนที่ทุกอย่างจพุ่งทะยานจนทะลุขีดจำกัด

“สูง” (向上) หมายถึงระดับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความสามารถในการประมวลผล  ความแม่นยำของแบบจำลอง การเรียนรู้ของเครื่องจักร และศักยภาพในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น เป็นมิติเชิงปริมาณและคุณภาพของนวัตกรรม

“ดี” (向善) หมายถึงผลลัพธ์ที่มนุษยชาติได้รับจากความก้าวหน้านั้น ความเป็นธรรม ความปลอดภัย การเข้าถึงอย่างเท่าเทียม และการยกระดับคุณภาพชีวิต

การเชื่อมโยงสองมิติเข้าด้วยกัน สะท้อนตรรกะที่ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรับใช้มนุษยชาติ มิใช่เพียงการแข่งขันเชิงอำนาจหรือผลกำไรทางเศรษฐกิจ

แนวคิดนี้ทำหน้าที่หลายชั้นพร้อมกัน ประการแรก เป็นการวางกรอบจริยธรรมภายในประเทศ เพื่อกำกับทิศทางการพัฒนา AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาสังคมและเสถียรภาพ ประการที่สอง เป็นเครื่องมือทางการทูต ที่ทำให้จีนนำเสนอตนเองในฐานะผู้สนับสนุน “AI เพื่อมนุษยชาติ” ซึ่งช่วยสร้างความชอบธรรมในการมีส่วนร่วมกำหนดมาตรฐานโลก ผ่านเวทีอย่าง Global AI Governance Initiative และ ประการที่สาม เป็นการตอบโต้เรื่องเล่าของตะวันตก ที่มักมองจีนในฐานะผู้พัฒนาที่คำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติ มากกว่าจริยธรรมสากล

จุดแข็งที่สำคัญของแนวคิดนี้คือ การยกระดับจาก “จะแข่งขันกันอย่างไร” ไปสู่ “จะพัฒนาเพื่อใคร” ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของ UNESCO และ OECD ที่ผลักดันหลักการ “AI เพื่อประโยชน์สาธารณะ” การที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสามารถยึดถือทิศทางนี้ ได้ชี้ให้เห็นศักยภาพในการสร้างฉันทามติข้ามชาติ

อย่างไรก็ตาม ต้องตั้งคำถามสำคัญว่า การแปลงหลักการ “สูง และ ดี“ ให้เป็นมาตรฐานที่วัดได้และบังคับใช้ได้จริง ยังเป็นความท้าทาย คำนิยามของ “สูงและดี” ใครเป็นผู้กำหนดว่าอะไรคือประโยชน์สูงสุดของมนุษยชาติ  และเสียงของประเทศกำลังพัฒนาได้รับการสะท้อนเพียงใด ขณะที่การแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจ อาจทำให้หลักการจริยธรรม กลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ มากกว่าพันธสัญญาที่จริงใจ

แนวคิด “เซี่ยงซ่างเซี่ยงซ่าน” ของจีน มีคุณูปการในการยกระดับวาทกรรมโลกว่าด้วย AI  จากกรอบเทคโน-เศรษฐศาสตร์ ไปสู่กรอบจริยธรรม-มนุษยนิยม หากแต่ความสำเร็จที่แท้จริง ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแปลงหลักการดังกล่าว ให้เป็นกลไกกำกับดูแลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาคมโลกอย่างแท้จริง การที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยึดมั่นทิศทางนี้ จึงเป็นทั้งโอกาสและความรับผิดชอบร่วมกัน ในการทำให้ความก้าวหน้าทาง AI เป็นประโยชน์สูงสุดแก่มวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts