วันที่ 15 ก.ค.69 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า องค์กรฯได้ทำหนังสือส่งไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี/รมว.มหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อคัดค้านแนวคิดในการแก้ไขปัญหาร้านอาหารและสถานบริการ โดยการจะขยายพื้นที่โซนนิ่ง โดยอ้างสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปแล้วนั้น ชี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ ดูแลนักท่องราตรี แต่จะไปก่อปัญหาใหม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญและอาชญากรรมมากขึ้น ถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบขัดรัฐธรรมนูญ หากฝืนพร้อมสู้ถึงศาล
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณ๊ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวเมื่อคืนวันที่ 12-13 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้นักท่องราตรีเสียชีวิตไปกว่า 31 ราย บาดเจ็บไปกว่า 76 รายแล้วนั้น กรณ๊ดังกล่าวเป็นผลมาจากการไม่เข้มงวดต่อการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม.และฝ่ายตำรวจ ซึ่งองค์กรฯได้นำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องไปแล้วนั้น
แต่การที่นากรัฐมนตรีและผู้ว่าฯ กทม.ออกมาประสานเสียงให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า จำเป็นต้องปรับแก้กฎหมายที่ล้าหลังไม่ทันสมัย โดยจะปรับเรื่องโซนนิ่ง เพราะยอมรับว่ามีสถานบริการในลักษณะเดียวกันกับโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กระจายอยู่ทั่วไปแล้ว และจะให้ร้านอาหารหยุดแสดงดนตรีเวลา 24.00 น.เป็นเรื่องผิดปกตินั้น เป็นแนวคิดที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการอย่างชัดเจน และเป็นการรยอมรับว่ามีความบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมาย แต่พยายามจะไปโททษกฎหมายที่มีอยู่ว่าล้าหลังไม่ทันสมัย และให้ความสำคัญกับนักท่องราตรี มากกว่าความเดือดร้อนรำคาญของชุมชน
คนที่ผิดที่แท้จริง ซึ่งเป็นตัวการหลัก สมควรลงโทษ แต่แกล้งเลี้ยวเบี่ยงประเด็นกันไปหมด คือ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ผู้ที่อนุญาต และฝ่ายตรวจสอบ ผู้ที่อาจจะรับประโยชน์จากการไม่บังคับใช้กฎหมายต่างหาก แกล้งหลับตา ปล่อยให้มีร้านผิดกฎหมาย เป็นอันตรายแบบนี้เกิดขึ้นมามากมายทั่วประเทศได้อย่างไรและก็เป็น คนพวกนี้อีกเช่นกัน ที่กำลังเข้าปูพรมเข้าตรวจสอบ กลบหลักฐาน และมีผลประโยชน์ร่วมด้วยใช่หรือไม่ บนพื้นฐานความจริงที่ว่า ในการเปิดร้านประเภทนี้ ถ้าไม่จ่าย ไม่ผ่านการตรวจสอบ เปิดไม่ได้หรอก ใช่หรือไม่
การแก้ไขกฎหมาย พรบ.สถานบริการ 2509 เพิ่มโซนนิ่ง เพื่อรองรับสถานบริการที่เลี่ยงกฎหมายมากมาย โดยอ้างความปลอดภัยของนักท่องราตรีภายในอาคารนั้น แต่ไม่คำนึงถึงปัญหาภายนอกอาคารที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน อาทิ เสียงรถมอเตอร์ไซด์ เสียงรถยนต์ของนักท่องเที่ยว การทะเลาะวิวาทของพวกขี้เมาที่ออกมาจากสถานบริการ มักสร้างปัญหาให้ชุมชนโดยตลอดใช่หรือไม่ ทำไมท่านนายกฯและผู้ว่าฯกทม.ไม่คำนึงถึงเสียงของประชาชนหรือชุมชนเหล่านี้ด้วย
ทั้งนี้ สถานบริการที่เลี่ยงกฎหมายที่อยู่นอกโซนนิ่ง ต้องสั่งปิดให้หมดโดยทันที หากจะปรับปรุงแก้ไขกฎหมายควรต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยทุกสถานประกอบการเป็นหลัก รวมทั้งการเพิ่มโทษเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่หลับตาข้างเดียวด้วย จึงจะชอบ แต่หากยังพยายามที่จะแก้กฎหมายเอื้อผู้ประกอบการ คงต้องไปสู้กันในศาลปกครองยันศาลรัฐธรรมนูญแน่



