วันนี้ (5 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ เรือนจำพิเศษพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี เขต 2 และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้แทนนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบสิ่งของและเปิดป้ายห้องแม่และเด็ก พร้อมห้องฉุกเฉินสถานพยาบาลเรือนจำ ตามโครงการ “อุ่นรักจากใจแด่น้องที่เกิดในเรือนจำ และส่งเสริมสุขภาพและการฝึกวิชาชีพให้ผู้ต้องขัง”
โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายชานนท์ ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต 2, นายจุฬาพงษ์ รัตนตรัยวงศ์ อัยการจังหวัดพัทยา, นายอิทธิพล ปุราสะเก อัยการจังหวัดชลบุรี, นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และผู้สนับสนุนกิจการเรือนจำเข้าร่วมพิธี
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับประธานและคณะ พร้อมระบุว่า จังหวัดชลบุรีให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ต้องขัง โดยเฉพาะแม่และเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง ซึ่งควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
ด้านผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา กล่าวรายงานว่า เรือนจำพิเศษพัทยามีภารกิจสำคัญในการควบคุม ดูแล และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมในการคืนคนดีสู่สังคม โดยการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนในสังคม
โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างเรือนจำพิเศษพัทยา สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา และภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ตลาดรันเวย์ มาร์เก็ต พัทยา โดยนายวิชา เป้าพิมพ์ภา กรรมการผู้จัดการ และบริษัท พญาจอมเทียน จำกัด รวมถึงภาคีเครือข่ายและผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนสิ่งของและวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น
สิ่งของที่ส่งมอบประกอบด้วยอุปกรณ์และเครื่องใช้สำหรับแม่และเด็ก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ของใช้สำหรับเด็ก อุปกรณ์สำหรับผู้ต้องขังสูงอายุและกลุ่มเปราะบาง อุปกรณ์กีฬามวย วัสดุสำหรับติดตั้งเวทีมวย ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์สำหรับปรับปรุงทางเดินไปยังห้องเยี่ยมญาติ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่ผู้ต้องขังและญาติที่เดินทางมาเยี่ยม
ภายในงานยังมีการเปิดป้ายห้องฉุกเฉินและห้องปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำสถานพยาบาล ซึ่งได้รับการก่อสร้างและปรับปรุงให้เป็นสัดส่วน รวมทั้งเปิดป้ายห้องแม่และเด็กภายในแดนหญิงที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อยกระดับการดูแลรักษาสุขภาพของผู้ต้องขังและเด็กติดมารดาให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ประธานและคณะได้รับชมการแสดงคาบาเรต์โชว์และรำไทย 4 ภาคจากผู้ต้องขัง เยี่ยมชมนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องราชทัณฑ์ มอบสิ่งของแก่ตัวแทนผู้ต้องขังกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และนักกีฬามวย พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ขนมและเบเกอรี่ฝีมือผู้ต้องขังหญิง
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า การปรับปรุงห้องฉุกเฉิน ห้องแม่และเด็ก ตลอดจนการสนับสนุนอุปกรณ์ด้านสุขภาพ กีฬา และการฝึกวิชาชีพ ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพของผู้ต้องขังตามหลักมนุษยธรรม โดยเฉพาะเด็กที่เกิดหรืออาศัยอยู่กับมารดาในเรือนจำ ผู้ต้องขังสูงอายุ และผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง
การสนับสนุนครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาสถานที่และจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบพลังใจและพลังแห่งโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ปรับปรุงตนเอง พัฒนาทักษะอาชีพ ดูแลสุขภาพกายและใจ และเตรียมพร้อมกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน












