วันที่ 5 ส.ค.69 ที่ อาคารพิทักษ์สันติ บช.ก. ตัวแทน ก.ล.ต. เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผู้กำกับการ 3 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.วรัท เสริมสุจริต สารวัตรสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อนำพยานหลักฐานมามอบให้ พร้อมทั้งให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว
ซึ่งการตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือน พ.ค.2564 Bitkub ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวน 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ถูกโอนออกจากศูนย์ซื้อขาย
ต่อมา ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่า ในช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 ทางบิทคับไม่ได้รายงานข้อมูลเหตุการณ์ถูกโจรกรรมดังกล่าวลงใน แบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ.1) ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยยอดทรัพย์สินไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 เรื่องการลงข้อความเท็จในเอกสาร
ในขณะเกิดเหตุ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ เป็นกรรมการของ Bitkub ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงาน ดจ.1 บุคคลทั้งสองจึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับทางบริษัท ตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังได้ลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ.1 ซึ่งเป็นเอกสารของบริษัท เพื่อลวง ก.ล.ต. ให้หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้ตามปกติและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น เข้าข่ายเป็นการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย
นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังได้ลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ.1 ซึ่งเป็นเอกสารของบริษัท เพื่อลวง ก.ล.ต. ให้หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้ตามปกติและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น เข้าข่ายเป็นการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย
เหตุนี้ทำให้ ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษผู้กระทำความผิดรวม 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด, นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ (ปัจจุบันทั้งสองเป็นอดีตกรรมการของ Bitkub) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป









