กองบังคับการปราบปราม — วันที่ 11 ส.ค. 2569 เวลา 10.50 น. ทีมงานเพจ “สายไหมต้องรอด” พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหายจำนวน 4 ราย อิน อดีตคนคุ้นเคย / ฮัท / อารี / เวสป้า / เอ๋ย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังระดับประเทศ ซึ่งมีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียมากกว่า 10 ล้านคน หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจารผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มผู้เสียหายได้นำพยานหลักฐานทั้งแชตข้อความ คลิปวิดีโอ และใบรับรองแพทย์ เข้ายื่นต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกข้อหาที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด โดยมีข้อหาสำคัญ ประกอบด้วย
– ความผิดเกี่ยวกับเพศ และการทำร้ายร่างกาย, พยายามข่มขืนกระทำชำเรา, กระทำอนาจาร และการคุกคามทางเพศ
– ความผิดเกี่ยวกับเด็กและการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก และการค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์มิชอบจากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
– ความผิดทางเศรษฐกิจ ความผิดฐานฟอกเงิน และข้อหาอื่น ๆ ที่พนักงานสอบสวนจะพิจารณาแจ้งเพิ่มเติมจากพฤติการณ์คดี
ด้าน เอก สายไหมฯ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายทั้งหมดถูกอินฟลูเอ็นเซอร์รายนี้ใช้อิทธิพลและชื่อเสียงในการข่มขู่ รวมถึงหลอกลวงพามาทำงาน ก่อนจะลงมือทำร้ายร่างกาย คุกคามทางเพศ และบังคับใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม โดยหลังจากนี้ ทางพนักงานสอบสวน กองปราบปราม จะทำการสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด
ด้านนายฮัท (ผู้ชายใส่แว่น) อดีตทีมงาน เปิดเผยว่า วันนี้ตัวเองมาแจ้งความเพื่อขอความเป็นธรรม และ อยากให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนว่า การเป็นคนมีชื่อเสียง มีผู้ติดตามเยอะ โดยเฉพาะแฟนคลับที่เป็นเด็ก บุคคลนั้นจะต้องประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่ใช้อำนาจทำร้ายร่างกายผู้อื่น ในฐานะ ที่ตัวเองเป็นลูกจ้าง ที่โดนทำร้ายร่างกาย มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ขณะที่ นางสาวเอ๋ย อดีตทีมงานอีกคน เปิดเผยว่า ตัวเอง ถูกข่มขู่คุกคาม โดยหลังเกิดเรื่อง ตัวเองก็ไม่เคยติดตามผู้ก่อเหตุอีกเลย และแม้ว่าก่อนหน้านี้ เจ้าตัวจะออกมาทำคลิปชี้แจงว่า ไม่ได้คุกคามข่มขู่ตัวเองแต่ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใครทำอะไรก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจดี ซึ่งการแจ้งความในวันนี้ก็หวังว่าจะได้รับความยุติธรรม


































