วันจันทร์, ตุลาคม 5, 2026

หยุด! ฝันกลางวัน 2 กูรูซัด “รัฐบาล” เลิก “นโยบายรายวัน” ล้างบาง “การศึกษา” ด้วย “หัวใจ”

“ยุทธศาสตร์การศึกษาไทย ควรปฏิบัติได้จริงในเชิงรูปธรรม ไม่ใช่นโยบายที่อยู่เพียงแค่ในจินตนาการ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าตัวนโยบายทั่วไป คือการที่ผู้กำหนดนโยบายและนักการเมืองต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นไอดอลที่เยาวชนสามารถสัมผัสถึงความเป็นผู้นำได้จริง การขับเคลื่อนการศึกษาไม่ควรทำเป็นนโยบายรายวัน หรือเปลี่ยนไปตามกระแสชั่วครู่ชั่วคราว แต่ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน องค์ความรู้ พร้อมปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมอย่างจริงจัง ภาครัฐควรหันมาทบทวนทิศทางและยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของชาติให้เติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัย”

ในยุคที่สังคมเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ปัญหาพฤติกรรมและความรุนแรงในกลุ่มเยาวชนมักเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้กับทุกภาคส่วน คำถามสำคัญคือเราจะร่วมกัน “เยียวยาจิตใจ” และสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ ได้อย่างไร?      

ในการเสวนาและเวทีอภิปรายเชิงนโยบายที่ผ่านมา สองผู้บริหารการศึกษาอาวุโสผู้คร่ำหวอดในวงการ ได้แก่ นายสุนิตย์ พิมาน (ผู้บริหารการศึกษาอาวุโสและอดีตผู้อำนวยการสถานศึกษาชื่อดังในจังหวัดสุราษฎร์ธานี) และ นายเกรียงไกร แก้วมีศรี (อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี) ได้ร่วมสะท้อนมุมมองและข้อเสนอแนะที่ทรงคุณค่า ทั้งในระดับปฏิบัติการหน้างานและระดับนโยบายภาครัฐ

โดย นายสุนิตย์ พิมาน ได้ชี้ให้เห็นถึงแก่นแท้ของการแก้ปัญหาพฤติกรรมเยาวชน โดยเน้นย้ำถึงมิติทางด้านจิตใจและความสัมพันธ์ ต้อง เริ่มต้นที่ สถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ปัญหาเยาวชน ต้องเริ่มจากความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจอันดีภายในครอบครัวเป็นอันดับแรก และ โรงเรียน ต้องเป็นบ้านหลังที่สอง ผู้บริหารและครูทุกคนควรทำหน้าที่เสมือนพ่อแม่คนที่สอง มอบความรัก ความเมตตา และความเอาใจใส่อย่างแท้จริง เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในสถานศึกษา หากสามารถสร้างสายใยความรักและความเมตตาเชื่อมโยงระหว่างครู นักเรียน และครอบครัวได้ ความขัดแย้งหรือพฤติกรรมรุนแรงต่างๆ จะลดน้อยลง เพราะการแก้ปัญหาที่ “จิตใจ” ของเด็กคือสิ่งสำคัญที่สุด

ขณะที่ ภาครัฐและการเมือง ควรมีบทบาทในการออกนโยบายด้านการศึกษาที่สามารถ “ปฏิบัติได้จริง” ในเชิงรูปธรรม ไม่ใช่นโยบายที่อยู่เพียงแค่ในจินตนาการ เพื่อให้ครูหน้างานสามารถนำไปดูแลเด็กๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน นายเกรียงไกร แก้วมีศรี สะท้อนถึงทิศทางและยุทธศาสตร์การศึกษาไทยมองเลยไปถึงโครงสร้างและทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายจากภาครัฐ โดยมีข้อเสนอแนะว่า สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าตัวนโยบายทั่วไป คือการที่ผู้กำหนดนโยบายและนักการเมืองต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นไอดอลที่เยาวชนสามารถสัมผัสถึงความเป็นผู้นำได้จริง การขับเคลื่อนการศึกษาไม่ควรทำเป็น “นโยบายรายวัน” หรือเปลี่ยนไปตามกระแสชั่วครู่ชั่วคราว แต่ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน องค์ความรู้ พร้อมปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมอย่างจริงจัง ภาครัฐควรหันมาทบทวนทิศทางและยุทธศาสตร์ชาติ เช่น กรอบระยะยาว 20 ปี ให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้อง และตอบโจทย์กับการพัฒนาการศึกษาในทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความยั่งยืนและยกระดับคุณภาพเยาวชนไทยได้อย่างแท้จริง

การสะท้อนสองมุมมอง ถือเป็นเสียงสะท้อนจากคนทำงานจริงที่ทรงพลัง ชี้ให้เห็นว่าการแก้ปัญหาการศึกษาและเยาวชน ไม่สามารถพึ่งพาหลักการทางวิชาการหรือคำสั่งเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องอาศัย “ความรัก ความเข้าใจ และความจริงใจ” ควบคู่ไปกับนโยบายภาครัฐที่เอื้อต่อการปฏิบัติได้จริง เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของชาติให้เติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัย

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

เด็ดขาด! “พูดแล้วต้องทำ ทำแล้วต้องเห็นผล” รหัสบริหารแดนมังกร

“หลักการ "言必行,行必果" (เหยียนปี้สิง สิงปี้กั่ว) เป็นคติจีนโบราณที่มีความหมายว่า "พูดแล้วต้องทำ ทำแล้วต้องเห็นผล" หลักการนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญทางการเมืองเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นลักษณะเฉพาะเชิงโครงสร้างของการบริหารประเทศของจีนสมัยใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านกลไกสถาบัน วัฒนธรรมองค์กร และระบบความรับผิดชอบที่แตกต่างจากหลายประเทศตะวันตก ลักษณะนี้ทำให้จีนสามารถดำเนินนโยบายขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายเรื่องความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองต่อไปในอนาคต” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์มีโครงสร้างที่เรียกว่า "ระบบความรับผิดชอบของหัวหน้า" ในทุกระดับ ตั้งแต่คณะรัฐมนตรีกระทรวง ไปจนถึงระดับท้องถิ่น ผู้รับผิดชอบหลักต้องแสดงผลงานที่วัดผลได้ เป็นระบบการนำแบบรวมศูนย์ที่มีกลไกตรวจสอบภายใน การประชุมสองสภาประจำปี นายกรัฐมนตรีจะรายงานผลงานต่อสภาประชาชนแห่งชาติ และต้องระบุตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อการประเมินผลงานที่เชื่อมโยงความก้าวหน้าทางอาชีพกับผลลัพธ์ที่วัดได้ มีการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบวินัย ซึ่งมีอำนาจสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา คณะผู้บริหารจีนภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ ยังใช้มิติเชิงวัฒนธรรม มรดกขงจื๊อและวัฒนธรรมราชการ หยั่งรากลึกการปกครองจีนที่สืบทอดมาแต่โบราณ ในคัมภีร์หลุนอวี่ ขงจื๊อ กล่าวถึงความสำคัญของ "ความสัตย์จริง" ว่าเป็นรากฐานของการปกครอง วัฒนธรรมราชการจีนจึงให้คุณค่ากับการรักษาคำพูด ในฐานะเกียรติยศของผู้นำ การมองระยะยาว...

ความลับ! หลายคน..ยังไม่รู้ “ไต้หวัน” คือมณฑลที่ 20 ของจีน ผูกพันกันตั้งแต่ 5,000 ปี

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ไต้หวันเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของจีนมาตั้งแต่โบราณกาล ในยุคสามก๊ก ซุนกวนแห่งง่อก๊ก ได้ส่งขุนพลเว่ยเวินและจูกัดจื๊อ ให้นำทัพไปถึงอิ๋งโจว  ซึ่งก็คือไต้หวันในปัจจุบัน หลังจากราชวงศ์สุยและถัง ประชาชนจากแผ่นดินใหญ่ เริ่มอพยพไปตั้งถิ่นฐานในไต้หวัน นำเทคโนโลยีการผลิตและวัฒนธรรมที่ก้าวหน้าไปด้วย ในยุคราชวงศ์ซ่งใต้ เผิงหูถูกบรรจุเข้าอยู่ในแผนที่ของจีนอย่างเป็นทางการ ขึ้นอยู่ในการปกครองของอำเภอจิ้นเจียง มณฑลฝูเจี้ยน ราชวงศ์หยวนได้จัดตั้งสำนักงานตรวจการที่เผิงหู ยิ่งเสริมสร้างการบริหารจัดการพื้นที่ไต้หวันและเผิงหู สมัยราชวงศ์หมิงและชิง รัฐบาลกลางได้เสริมสร้างการปกครองไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ค.ศ. 1885 ราชวงศ์ชิงได้สถาปนาไต้หวัน เป็นมณฑลอย่างเป็นทางการ มีหลิวหมิงฉวน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลคนแรก ทำให้ไต้หวันกลายเป็นมณฑลที่ยี่สิบของจีน ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่แน่นหนาเหล่านี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การปกครองที่มีประสิทธิผลของจีนเหนือไต้หวัน ได้ดำเนินต่อเนื่องมาหลายร้อยปี สถานะของไต้หวันในฐานะดินแดนของจีน ไม่อาจถูกตั้งข้อกังขาได้

วิเคราะห์ศึก “โรม – สส.ไอเดียร์” มหากาพย์ทรัพย์สิน 2,000 ล้าน พัวพันลายแทงคริปโตฯระดับโลก

จากกระทู้ถามสดธรรมดาในสภาผู้แทนราษฎร ลุกลามกลายเป็นศึกใหญ่ทางการเมืองและข้อกฎหมายที่น่าจับตาที่สุดคู่หนึ่ง ระหว่าง “สส.โรม-ไอเดียร์” เมื่อข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ลากยาวไปถึงการขุดคุ้ยบัญชีทรัพย์สินมหาศาลเกือบ 2,000 ล้านบาท การแจ้งความดำเนินคดีที่ บก.ปอท. และการเปิดโปงเครือข่ายธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก จุดระเบิดกลางสภาฯ กระทู้สินบน 40 ล้าน ลามขุดทรัพย์สินคู่สมรส ชนวนเหตุเริ่มต้นขึ้นเมื่อ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นตั้งกระทู้ถามสดซักฟอกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีความคืบหน้าเรื่องสินบน 40 ล้านบาทของเว็บพนันออนไลน์ที่คดีเงียบหายไปนาน ทว่าไฮไลต์กลับอยู่ที่การเปิดฉากพาดพิงถึง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ (สส.ไอเดียร์) สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตเลขานุการ รมว.ดีอี โดยนายรังสิมันต์นำข้อมูลจากบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. มูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านบาท มาตั้งข้อสังเกตกลางสภาว่า ทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากฝั่งสามีชาวต่างชาติ นายไท่หยาง...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.