วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้อง 403 ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ อ่านคำพิพากษาในคดีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (จำเลยที่ 1) และ นายชัชวาล อภิบาลศรี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประธานคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (จำเลยที่ 2)
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีที่ศาลอาญามีหมายเรียกให้ส่งพยานเอกสารสำคัญ ได้แก่ ไฟล์เสียงและบันทึกรายงานชวเลข แต่จำเลยกลับแจ้งต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาว่าไม่มีเอกสารดังกล่าว ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน
ศาลอุทธรณ์พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองมีความผิดชัดเจนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย จึงมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
นายวัชระ เพชรทอง ได้กล่าวขอบคุณศาลอุทธรณ์คดีอาญาทุจริตฯ ที่ให้ความยุติธรรม พร้อมเปิดเผยว่าเตรียมคัดคำพิพากษาฉบับเต็มเพื่อนำไปร้องเรียนให้มีการสอบวินัยข้าราชการสภาฯ ที่เกี่ยวข้องกับการให้การเท็จต่อไป พร้อมระบุว่า “หมดยุคแล้วที่อัยการจะลดตัวไปเป็นทนายแก้ต่างให้ข้าราชการทุจริต”
นอกจากนี้ นายวัชระยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี นายชัชวาล จำเลยที่ 2 ได้กล่าวอ้างกลางศาลว่าตนเองเป็นเพื่อนของนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ศ.พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้นอีกด้วย






