ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สุนทรพจน์สำคัญของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังคงเป็นเข็มทิศชี้ทิศทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่นานาชาติต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็น “ไต้หวันและอธิปไตยเหนือดินแดน” ซึ่งผู้นำสูงสุดของจีนส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวที่สุดครั้งหนึ่ง ยืนยันจุดยืนต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนและการแทรกแซงจากมหาอำนาจภายนอก ควบคู่กับการประกาศกรอบ “รวมชาติอย่างสันติ” ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ใจความสำคัญตอนหนึ่งของสุนทรพจน์ สี จิ้นผิง ระบุอย่างชัดเจนว่า จีนจะ “ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว” กับกลุ่มอำนาจและขบวนการเคลื่อนไหวที่แสวงหาการประกาศเอกราชของไต้หวัน พร้อมย้ำเจตนารมณ์ในการคัดค้านการแทรกแซงจากกองกำลังภายนอกอย่างถึงที่สุด
ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกตีความโดยนักวิเคราะห์ทั่วโลกว่า เป็นการส่งสัญญาณเตือนสองทางพร้อมกัน ด้านหนึ่งเป็นการกดดันผู้นำและพรรคการเมืองในไทเปที่พยายามผลักดันการแยกตัวหรือลดทอนความเชื่อมโยงกับแผ่นดินใหญ่ ขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นการส่งสารปรามไปยังสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรตะวันตกที่ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ยุทโธปกรณ์ และการเยือนทางการทูต ซึ่งปักกิ่งถือว่าประเด็นไต้หวันคือ “แกนกลางของผลประโยชน์แห่งชาติ” และเป็นเส้นแดงที่ไม่ยอมให้ฝ่ายใดก้าวล้ำ
สัญญาณเชิงวาทกรรมนี้ดำเนินไปควบคู่กับแรงกดดันเชิงยุทธวิธีทางกายภาพ โดยในช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) ยังคงรักษาวงล้อมลาดตระเวนรอบเกาะไต้หวันและช่องแคบ ทั้งทางอากาศและทางทะเล เพื่อตอกย้ำว่าอธิปไตยในทางปฏิบัติของจีนนั้นครอบคลุมอย่างสมบูรณ์
แม้ท่าทีด้านความมั่นคงจะแข็งกร้าว แต่ในมิติความสัมพันธ์ สี จิ้นผิง ยังคงเปิดประตูรับแนวทาง “การพัฒนาอย่างสันติ” โดยเรียกร้องให้มีการลงลึกด้านการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และระดับประชาชนระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน
ผู้นำจีนผูกโยงประเด็นไต้หวันเข้ากับวิสัยทัศน์ “การฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองครั้งยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน” (Great National Rejuvenation) โดยเน้นย้ำว่าการรวมชาติเป็นกระแสประวัติศาสตร์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่มีพลังอำนาจใดในโลกที่จะสามารถขัดขวางการก้าวไปข้างหน้าของจีนได้
สุนทรพจน์วันชาติปีนี้สะท้อนชัดเจนว่า นโยบายของปักกิ่งต่อไต้หวันยังคงยึดสูตรผสมที่แน่วแน่ ใช้กำลังทหารเป็นแนวป้องกันการแยกตัว ใช้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นสะพานเชื่อม และใช้ความเด็ดขาดทางการทูตสะกดมหาอำนาจภายนอก
สี จิ้นผิง วางเป้าหมายการรวมไต้หวันให้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ “การฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองครั้งยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน” ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนถือเป็นภารกิจประวัติศาสตร์ที่ต้องทำให้สำเร็จ



