วันอาทิตย์, เมษายน 14, 2024
หน้าแรกการเมืองศรีฯ ร้อง กกต. สอบบัตรส่วนลดร้านค้าช่วยหาเสียงพรรคสีส้มชอบด้วย กม.หรือไม่

Related Posts

ศรีฯ ร้อง กกต. สอบบัตรส่วนลดร้านค้าช่วยหาเสียงพรรคสีส้มชอบด้วย กม.หรือไม่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พ.ค. ที่ สำนักงาน กกต. อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องชี้เบาะแสให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตรวจสอบ ไต่สวน สอบสวน กรณีมีผู้ทำบัตรส่วนลดพรรคสีส้มแจกจ่ายให้กับลูกค้าที่ใช้บริการซื้อขายสินค้า โดยการการจัดทำรหัสโค้ดเป็นส่วนลดให้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการช่วยหาเสียงให้กับพรรค ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ซึ่งผลประโยชน์อื่นใดที่อาจคำนวณเป็นเงินได้ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองได้

ซึ่งการทำบัตรส่วนลดหาเสียงดังกล่าว เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องดำเนินการไต่สวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ว่าพรรคดังกล่าวจัดทำขึ้นหรือมีผู้หวังดีใดจัดทำขึ้นนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เพราะนอกจากพยานหลักฐานบางส่วนที่สมาคมฯนำมายื่นให้ในวันนี้แล้ว กกต.จำต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไปตามอำนาจหน้าที่ หากพบว่าเป็นไปตามคำร้องและตามหลักฐาน ก็อาจถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ตาม ม.73 (1) และ (5) แห่ง พรป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่นด้วยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายข้างต้นได้

นอกจากนั้น ยังพบว่ามีร้านค้าหลายแห่งกระทำการช่วยหาเสียงให้กับพรรคสีส้ม ด้วยวิธีการพิมพ์ข้อความลงในสลิปเรียกใบเสร็จว่าให้ไปช่วยเลือกพรรคสีส้มในวันที่ 14 พ.ค.66 นี้ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองดังกล่าวจะต้องนำมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายในการรายงานค่าใช้จ่ายในการหาเสียงตามที่ กกต.กำหนดภายใน 90 วันหลังจากการเลือกตั้งตาม ม.67 ประกอบ ม.63 ม.64 แห่ง พรป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 ด้วย หากไม่รายงาน หรือรายงานแต่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็อาจมีความผิดตาม ม.155 ได้

ดังนั้น หากหัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าวจงใจยื่นเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ตาม ม.67 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และ ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 5 ปี แต่ถ้าบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ยื่นตาม ม. 67 เป็นเท็จ หัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าว ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท และศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปีอีกด้วย

หลักฐานดังกล่าวที่สมาคมฯยื่นให้ กกต.วันนี้ คงต้องรอนำไปตรวจสอบอีกครั้งหลังจากพรรคดังกล่าวยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งภายใน 90 วันหลังเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.จะประกาศเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ถึงเวลานั้นถ้าหลักฐานที่สมาคมฯนำมายื่นในวันนี้ไม่ปรากฏในบัญชี คงเป็นเรื่องแน่

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts