“ไฮด์ปาร์กลงกระดาษ” โดย “ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”

0
31

“หัวโขนนายกฯตู่”ก็แค่“มายาชั่วคราว”?

 หนึ่ง“ปราชญ์พระ” หนึ่ง“ผู้นำชาติ” สอง“ความคิด” สอง“คำพูด” เพื่อสร้างจิตสำนึกให้“ผู้คน” ได้ฟัง ได้คิด ได้นำไปทำให้เป็นจริง นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชาติกับชาวไทย ให้อยู่ดีกินดียิ่งขึ้นเป็นหลัก

“พุทธทาสภิกขุ” ปราชญ์ธรรมที่ชาวไทยเคารพยิ่ง กล่าวว่า

“คนสมัยนี้ ‘การเมืองขึ้นสมอง’ ใช้การเมืองเป็นเครื่องกอบโกยฟาดฟันผู้อื่น ครอบงำผู้อื่นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว การเมืองเลยกลายเป็นเรื่องอัปรีย์จัญไรไปเสีย!”

 อืม..แรงส์ส์ส์..! ทว่า..นอกจาก“ปราชญ์พระ”ท่านนี้ จะเผยแผ่แก่นธรรมตรงไปตรงมาแล้ว “ท่านพุทธทาส”ยังสอนสั่งประชาชนไทย ให้เข้าใจถึงสันดานเลวของ“นักการเมือง” ที่ทำให้“การเมืองไทย”ไม่พัฒนาก้าวหน้าอย่างที่ควร เป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่อดีตจวบจนวันนี้

 จึงสรุปเปรี้ยงได้เลยว่า

ตราบใดที่การเลือกตั้งไทยยังสกปรก “นักการเมือง”ที่ลงสมัครเข้าแข่งขันเพื่อจะได้เป็น“สส.” ส่วนใหญ่จะยังด้อยคุณภาพกับไร้คุณธรรม สนามเลือกตั้งจึงยังเต็มไปด้วยการใช้เงินทุ่มซื้อเสียง และโกงเลือกตั้งสารพัด อีกทั้งยังมีการใช้เงินของชาติ ไปสร้างโครงการประชานิยม โดยหวังคะแนนนิยมเพื่อเอาชนะคู่แข่ง ฯลฯ

 ที่สำคัญ..การเลือกตั้งในบางแห่ง ยังเกิดความรุนแรงป่าเถื่อน ถึงขั้นมีการสังหารทั้ง“หัวคะแนน”กับ“คู่แข่ง” จนบาดเจ็บล้มตาย เพราะ“นักธุรกิจ”กับ“นักการเมือง” ในระบอบประชาธิปไตยทุนสามานย์ ล้วนรู้อยู่แก่ใจว่า “ใคร”ได้“อำนาจรัฐ” ย่อมมีโอกาสโกงชาติได้ตลอดเวลา เพื่อจะกอบโกย“อำนาจ-เงินทอง-ทรัพย์สิน”นั่นเอง

 เฮ้อ..ทำให้นึกถึงอีกคำกล่าวชวนให้คิด ของ“ท่านพุทธทาส” ดังนี้

 “นักการเมืองบริสุทธิ์ ไม่ทำตัวเพื่อเงิน เพื่ออภิสิทธิ์ แต่เพื่อความเป็นธรรม หรือเพื่อหน้าที่ การเมืองบริสุทธิ์ คือ ศีลธรรม การเมืองระยำ!! คือ การต่อสู้แย่งชิง”

หากประชาธิปไตย“เลือกตั้ง”ยังสกปรก จากการต่อสู้แย่งชิงอำนาจรัฐ ทั้งด้วยการซื้อเสียงกับการโกงสารพัด รวมทั้งยังมีการเข่นฆ่ากันอย่างป่าเถื่อน ซึ่งมีแต่“นักการเมืองเลว”เท่านั้นที่ทำกัน ด้วย“มนุษย์” มิใช่“สัตว์เดียรฉาน” เฉกเช่น“เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด-หมา-เหี้ย”นะเว้ยเฮ้ย..จริงไหม?

 คราวนี้มาฟังคำพูดตรงไปตรงมาของ“ผู้นำชาติหนึ่ง” ตำแหน่งประธานาธิบดีแดนมังกร หนึ่งในชาติมหาอำนาจโลก นาม“สีจิ้นผิง” ซึ่งเป็น“คนพูดจริงทำจริง”

 “สีจิ้นผิง”ได้ประกาศอย่างมุ่งมั่นไม่เคยหวั่นไหว จะแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนจีน โดยสานต่อนโยบายของอดีตประธานาธิบดีจีนคนก่อนๆ “สีจิ้นผิง”ใช้เวลาไม่กี่ปี ล่าสุด“องค์การสหประชาชาติ”ยอมรับว่า

รัฐบาลของ“สีจิ้นผิง” สามารถลดปัญหาความยากจนของชาวจีนลงได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนดีขึ้น มีผลพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน!

ชาติจีนช่างโชคดี! ที่ได้“ผู้นำชาติดี”มาตลอด เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่สิบปี ชาติจีนที่ล้าหลังอดอยากแร้นแค้น กลับกลายเป็น“พญามังกรจีน” พุ่งพรวดขึ้นไปเป็นชาติมหาอำนาจ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ จะแซง“พญาอินทรีมะกัน”มหาอำนาจอันดับหนึ่ง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ความคิดและการกระทำของ “สีจิ้นผิง” ที่นำความสำเร็จมาสู่ชาติกับประชาชนได้ ก็ด้วยประธานาธิบดีจีนคนนี้ ปักหลักยึดมั่นทำตามคำประกาศที่ว่า

“การใดเป็นผลดีต่อราษฎร แม้จะเล็กน้อย ยังพึงกระทำ การใดเป็นผลร้ายต่อราษฎร แม้จะเล็กน้อย ก็มิพึงกระทำ”

 อืม..“สีจิ้นผิง”เป็น“คนพูดจริงทำจริง” ไม่ขี้โม้คุยโต เขายึดมั่นโดยไม่คลอนแคลนว่า

“ปฏิบัติอย่างจริงจัง บ้านเมืองย่อมสุขสงบ เอาแต่วาทกรรม บ้านเมืองย่อมไม่สุขสงบ”

 ที่สำคัญ..“สีจิ้นผิง” ได้รวมจิตใจชาวจีนให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำดีให้กับส่วนรวม นั่นคือ

“หนึ่งใจทำให้บ้านเมืองล่มสลายได้ หนึ่งใจทำให้บ้านเมืองรุ่งเรืองได้ เพียงแค่ระหว่างส่วนรวมกับส่วนตัวเท่านั้น”

“ผู้นำแดนมังกร” ได้เน้นว่า “มิมีภัยใดใหญ่เกินกว่าความไม่รู้จักพอ มิมีความผิดใดเกินกว่าความกระหายใคร่อยาก”

อืม..สิ่งที่“พุทธทาส”กับ“สีจิ้นผิง”พูดมา ช่างตรงกับความเป็นจริงของชาติไทย ที่มี“นักการเมืองสองคน” ซึ่งมีอำนาจแต่ไม่ยอมทำดี หรือจงใจไม่ทำดีให้ชาติกับประชาชนตามคำประกาศ จนกลายเป็น“ผู้นำชาติ”ที่“พูดแล้วไม่ทำ” เป็น“คนตระบัดสัตย์”..มันน่าขายหน้าจริงๆ!!!

“ผู้นำจอมโกหก” ที่เป็น“ผู้ใหญ่มีอำนาจล้นฟ้า” จึงกลายเป็น“เด็กเลี้ยงแกะ” ที่มักโกหกหลอกผู้คน ราวกับเป็น“ลิงหลอกเจ้า” คอยตะโกนว่า “ช่วยด้วยๆ..หมาป่ามากินแกะของข้าแล้ว” ซึ่งทำให้ผู้คนละแวกหมู่บ้านนั้น หมดความเชื่อถือไปโดยปริยาย

 จนวันที่“ฝูงหมาป่า”บุกเข้ากินแกะ แม้“เด็กเลี้ยงแกะ”จะตะโกนแล้วตะโกนอีก เพื่อพยายามเรียกผู้คนให้มาช่วยปกป้องฝูงแกะ แต่ผู้คนแถวนั้นล้วนใจตรงกันคิดว่า “เด็กเลี้ยงแกะ”กำลังหลอกผู้คนอีกตามเคย จึงไม่มี“ใครสักคน”ออกไปช่วย จน“แกะทั้งฝูง”ตกเป็นอาหารอันโอชะ ถูกบรรดา“หมาป่า”สวาปามจนหมดสิ้น

 อดีต“บิ๊กเหลี่ยม”ผู้โกงชาติล้มเจ้ามิได้หยุด ด้วยมิรู้จักพอใน“อำนาจ-เงินทอง-ทรัพย์สิน” จนทำผิดกฎหมายต้องหนีคุกหนีคดีไปอยู่ต่างแดน เรื่องหวังจะกลับมามีอำนาจอีกครานั้น-โนเวย์(ว่ะ)!

ปัจจุบัน..“บิ๊กตู่”มีโอกาสจะทำผลงานดี ทว่าดันไม่ได้แก้ต้นเหตุปัญหาให้ชาติ แถมไม่ได้ปฏิรูปชาติแม้แต่น้อยเสียอีก!

เฮ้ย..ตำแหน่ง “นายกฯ” ก็แค่ การ “สวมหัวโขนชั่วคราว” เท่านั้นนะเว้ย..!!!

งานนี้..ต้องแก้ต้นเหตุปัญหาให้ชาติเท่านั้น ประชาชนจึงจะถือว่า “นายกฯบิ๊กตู่”ทำตามคำพูด(ว่ะ)!!!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here