วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 14, 2026
หน้าแรกคอลัมนิสต์สุรชา บุญเปี่ยมแก้กฎหมายประมง หายนะท้องทะเลไทย ?

แก้กฎหมายประมง หายนะท้องทะเลไทย ?

ใครที่ติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อช่วงใกล้สิ้นปี 2567 เป็นประเด็นต่อเนื่องมาถึงต้นปีนี้ คงได้เห็นการถกเถียงเรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นกฎหมายประมงที่ออกมาในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประเด็นสำคัญตามร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ มาตรา 23 คือการแก้ไขมาตรา 69 ในพระราชกำหนดการทำประมงที่บัญญัติว่า “ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนล้อม ที่มีช่องตาอวนเล็กกว่าสองจุดห้าเซนติเมตรทำการประมงในเวลากลางคืน” โดยให้ยกเลิก และให้ใช้ตามที่บัญญัติใหม่ในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ ว่า “ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนล้อม ที่มีช่องตาอวนเล็กกว่าสองจุดห้าเซนติเมตรทำการประมงในเขตสิบสองไมล์ทะเลนับจากแนวทะเลชายฝั่งในเวลากลางคืน

การทำการประมงนอกเขตสิบสองไมล์ทะเลตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข พื้นที่ ตามที่รัฐมนตรีมีประกาศกำหนด ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวต้องกำหนดในเรื่องการใช้แสงไฟล่อไว้ด้วย”

หมายความว่า มาตรา 69 ที่แก้ไขเพิ่มเติม อวนที่มีตาเล็กกว่า 2.5 ซม.ที่เรียกกันว่าอวนตาถี่หรืออวนตามุ้ง สามารถใช้ทำประมงในเวลาอื่นได้ และสามารถทำได้นอกเขต 12 ไมล์ทะเลนับจากชายฝั่ง

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบ 239 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 383 คน ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ผ่านเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นการพิจารณาวาระ 1 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ด้วยเสียง 165 เสียง และมีการตั้งกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษา 21 คน ก่อนพิจารณาต่อไป

การพิจารณาแก้ไขพระราชกำหนดประมง พ.ศ.2558 โดยเฉพาะมาตรา 69 มีผู้คัดค้านไม่เห็นด้วยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านติดชายฝั่งทะเล 22 จังหวัด ภาคประชาสังคม มีการเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมคัดค้านร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้หลายประเด็น ประเด็นหลักคือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 69 โดยให้เหตุผลสรุปได้ว่า การทำการประมงด้วยอวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตรในเวลากลางคืนทุกพื้นที่ในทะเล (รวมถึงพื้นที่นอกแนวทะเลชายฝั่ง 12 ไมล์ทะเล )ในทางปฏิบัติของการทำประมงในเวลากลางคืน ต้องใช้วิธีจับปลาประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าปั่นไฟล่อสัตว์น้ำ การทำประมงด้วยช่องตาอวนถี่ซึ่งโดยทั่วไปใช้จับปลาขนาดเล็กมากคือปลากะตัก จะติดลูกปลาซึ่งเป็นสัตว์น้ำวัยอ่อนเข้ามาด้วย จึงเป็นการประมงที่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ เพราะสัตว์น้ำวัยอ่อนถูกทำลายก่อนวจะเติบโตเต็มที่เป็นการทำลายห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ

เหตุผลของกลุ่มผู้คัดค้านการแก้ไขกฎหมายประมงฉบับเดิมคือพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 เครือข่ายประมงพื้นบ้าน สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อม ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อวุฒิสภาไปแล้ว โดยเรียกร้องให้พิจารณาหลายข้อ ข้อสำคัญคือเรียกร้องให้ยกเลิกการแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 69 ให้กลับไปใช้บทบัญญัติที่ตราไว้เดิม ความว่า “ห้ามใช้เครื่องมืออวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร ทำการประมงในเวลากลางคืน”

ในอีกแง่มุมหนึ่ง พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ที่บังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน เป็นกฎหมายที่ออกมาในสมัย คสช. ซึ่งรัฐบาลจากคณะรัฐประหารในเวลานั้นให้เหตุผลว่าต้องการจะแก้ไขปัญหาการประมงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (IUU Fishing) พรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเห็นว่าเป็นการออกกฎหมายฉบับนี้อย่างเร่งรีบและขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงมีการเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการแก้กฎหมายประมง ซึ่งมีการถกเถียงกันทั้งในสภาและนอกสภา ประเด็นที่พูดถึงกันมากก็คือมาตราที่ 69 ตามพระราชกำหนดการประมง ซึ่งฝ่ายคัดค้านเห็นว่า ถ้าแก้ไขมาตรานี้ก็จะทำให้ท้องทะเลไทยจะมีสภาพถึงขั้นหายนะ เพราะจะทำให้สัตว์น้ำวัยอ่อนถูกทำลาย ไม่อยู่รอดเติบโตเป็นทรัพยากรทางทะเลต่อไปได้

ต้องติดตามกันต่อว่าวุฒิสภาจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ในวาระต่อไปและมีมติออกมาอย่างไร ซึ่งจะรู้ผลในอีกไม่นานนี้

สุรชา บุญเปี่ยม / รายงาน

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน

ปปง. เชือดบิ๊กดีลต้นปี! สั่งยึดทรัพย์ 1.1 พันล้าน ทลายเครือข่าย “อดีตเจ้าอาวาสดัง - หมอดูฮวงจุ้ย - ทุนจีนสีเทา” ฟอกเงินสะท้านวงการ “...คุณเคยสงสัยไหมว่า เงินบริจาคที่คุณหย่อนลงตู้ด้วยใจบริสุทธิ์ หรือเงินค่าดูดวงแก้กรรมที่คุณโอนไปด้วยความหวัง สุดท้ายแล้วมันเดินทางไปที่ไหน? คำตอบอาจน่ากลัวกว่าที่คุณคิด เพราะมันไม่ได้ถูกนำไปสร้างบุญกุศล แต่อาจกำลังถูกแปรสภาพเป็นรถหรู ที่ดิน และเงินฝากในบัญชีของ “ขบวนการฟอกเงิน” ที่แฝงตัวมาในคราบนักบุญและนักธุรกิจ นี่ไม่ใช่พล็อตหนังอาชญากรรม แต่คือความจริงที่ถูกกระชากหน้ากากออกมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เปิดเผยเส้นทางเงินกว่า 1,148 ล้านบาท ที่ถูกสกัดจับได้คาหนังคาเขา เผยให้เห็นเนื้องอกร้ายที่ลุกลามกัดกินตั้งแต่ “วัดดัง” ไปจนถึงหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคุณ...” วิกฤตศรัทธา :...

ลุงป้อมยังไม่จบ ถอยคือภาพลวงเกมสวน พปชร.ขาลง

ลุงป้อมถอย หรือแค่รอจังหวะสวน? ฟังคำตอบจากปาก 'รัชฏะ' ผู้สมัครหน้าใหม่ที่กล้าเดิมพันหมดหน้าตักกับ "พลังประชารัฐ" “...ลืมภาพจำอันเงียบสงบไปก่อน เพราะวันนี้เสียงที่เคยถ่ายทอดธรรมะในบทบาท "ผู้พากษ์เสียงพระพุทธเจ้า" กำลังก้าวเข้าสู่ดงกระสุนตกทางการเมือง! ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูเรื่อง "เลือดไหลออก" ของพรรคพลังประชารัฐ และคำถามตัวโตๆ ว่า "ลุงป้อม" ยังไหวไหม? นายรัชฏะ สมรทินกร ตัดสินใจเดินสวนกระแส ยื่นใบสมัคร สส. กทม. ในนามพรรคที่หลายคนมองข้าม ด้วยเหตุผลเดียวที่ฟังแล้วต้องสะอึก... คือการทนเห็น "ผู้มีพระคุณ" ถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ นี่คือคำประกาศรบของคนตัวเล็กๆ ที่เชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์แบบสุดหัวใจ...” 💙 จากไมค์ทองคำ สู่สนามเลือกตั้งเขต 14 ใครจะไปคิดว่า อดีตสื่อมวลชนและนักพากย์เสียงอนิเมชั่นพระพุทธเจ้า (ปี 2550) อย่าง นายรัชฏะ สมรทินกร จะกระโดดลงสนามการเมืองเต็มตัว...

จีน “โตตามธรรมชาติ”“ด้วยความมานะบากบั่น”และ “อัจฉริยภาพของตนเอง”

“….ประเทศจีนใหม่นาม"สาธารณรัฐประชาชนจีน" ได้รับการสถาปนาขึ้นมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม คศ.1949 และเมื่อจีนเปิดประเทศเชื่อมตัวเองเข้ากับระบบโลกและปฏิรูปตัวเอง พวกเขาก็จะไม่รีรอที่จะทุ่มเทสรรพกำลังสร้างปาฏิหารย์ให้เห็นเป็นประจักษ์ เพียง 47 ปีหลังจากเปิดประเทศและปฏิรูป อาศัยความมานะบากบั่นและอัจฉริยภาพของตนเอง มิใช่จากการรุกรานยึดครองหรือปล้นสะดมภ์เช่นกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ที่กระทำกันเป็นประเพณีนับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ปัจจุบันนี้จีนก็สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นได้มากกว่าทุกประเทศรวมกัน และกำลังจะสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงขึ้นมาอีกจำนวนมาก จีนเตรียมพร้อมส่งคนลงดวงจันทร์และสร้างฐานวิจัยบนดวงจันทร์อย่างแน่นอนแล้วภายในปีคศ.2028 ตระเตรียมแผนสร้างเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูงบนดวงจันทร์ สำหรับลำเลียงธาตุฮีเลียม 3 กลับสู่โลก โดยไม่ต้องใช้ยานอวกาศขนส่ง ซึ่งธาตุฮีเลียม 3 เป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมเพียงหนึ่งเดียวของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นหรือ"ดวงอาทิตย์เทียม" มีมากบนผิวดวงจันทร์ ขณะที่หาแทบไม่ได้เลยบนผิวโลก อีกทั้งจีนกำลังจะเริ่มทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์เทียมในปี 2030 นี้ จังหวะเวลาของโครงการทั้งสองนี้จึงตรงกันพอดี มนุษย์เราก็จะหลุดพ้นจากความขาดแคลนพลังงานทันที ตามปณิธานสูงสุดของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่ว่า ชาวโลกทั้งผองจงมาร่วมกันสร้างประชาคมโลกที่มวลมนุษยชาติมีอนาคตร่วมกัน…” โตตามธรรมชาติ自然壮大 เส้นทางเติบโตของจีนยุคใหม่ เป็นไปตามเหตุปัจจัยหรือธรรมชาติของความเป็นจีน อาศัยความมานะบากบั่นและอัจฉริยภาพของตนเอง มิใช่จากการรุกรานยึดครองหรือปล้นสะดมภ์เช่นกลุ่มประเทศมหาอำนาจตะวันตก ที่กระทำกันเป็นประเพณีนับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม เส้นทางดังกล่าวของจีน ไม่เพียงได้พาจีนมาถึงจุดสูงยิ่งของจีนเท่านั้น หากแต่ยังจะพาทั้งโลกก้าวตามไปด้วย...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.