วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 27, 2025
หน้าแรกอาชญากรรม”ทนายปราบโกง“ยื่นหลักฐานให้สุริยะ รมว.คมนาคมทบทวนที่ดินท่าเรือคลองเตย

Related Posts

”ทนายปราบโกง“ยื่นหลักฐานให้สุริยะ รมว.คมนาคมทบทวนที่ดินท่าเรือคลองเตย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.พ.68 ที่ หน้ากระทรวงคมนาคม ถนนราชดำเนิน นายกฤษฎา อินทามระ ฉายา“ทนายปราบโกง” เดินมาที่กระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีนางพิมพา สุทินศักดิ์ ตัวแทนรัฐมนตรีคมนาคมมารับเอกสารหลักฐานดังกล่าว โดยทางการท่าเรือแห่งประเทศไทย ส่งนายเดชา นุชพุ่ม ผู้ช่วย ผอ.การท่าเรือฯ มาร่วมตรวจสอบ

จากกรณีที่มีข่าวครึกโครมเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ให้เป็น “เอนเทอร์เทนเม้นต์ คอมแพล็กซ์” หรือ “สมาร์ท ซิตี้” โดยนำต้นแบบมาจากท่าเรือโยโกฮามา ประเทศเทศญี่ปุ่น นั้น

ตนมีเอกสารหลักฐานในการใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าว ว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 7 ได้ทรงสละราชสมบัติ และสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบในการอัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นครองราชย์ สืบราชสันตติวงศ์ต่อไป โดยพระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎรจึงให้ตราพระราชบัญญัติเรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พุทธศักราช 2477 ต่อมาคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พุทธศักราช 2477 จึงให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์ที่ดินที่จะเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ พุทธศักราช 2478” และต่อมา สภาผู้แทนราษฎรจึงได้ลงมติว่า สมควรเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่กำหนดเขตต์ไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์ที่ดินที่จะเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างท่าเรือกรุงเทพฯพุทธศักราช 2478 จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ พุทธศักราช 2480 ” โดยให้เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ภายในเขตต์ดั่งกำหนดไว้ในแผนที่และบัญชีซึ่งมีรายนามเจ้าของหรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ท้ายพระราชบัญญัตินี้ให้แก่กระทรวงเศรษฐการ หลังจากนั้น ก็มีการนำที่ดินดังกล่าวจำนวนสองพันกว่าไร่ไปทำเป็นท่าเรือกรุงเทพฯจนสำเร็จ ซึ่งขณะนั้นการท่าเรือแห่งประเทศไทยยังไม่มีการก่อตั้งขึ้นมาเป็นองค์กรของรัฐ เมื่อเวลาผ่านไปนานถึง 14 ปีนับจากมีพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างท่าเรือกรุงเทพฯพุทธศักราช.2480 จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.2478 โดยในมาตรา 6 ให้จัดตั้งการท่าเรือขึ้นเรียกว่า “การท่าเรือแห่งประทศไทย” มีวัตถุประสงค์ (1) รับโอนกิจการท่าเรือจากสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯในกรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคม (2) ประกอบและส่งเสริมกิจการท่าเรือเพื่อประโยชนแห่งรัฐและประชาชน (3) ดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับการประกอบกิจการท่าเรือ มาตรา 10 ให้โอนทรัพย์สินหนี้สินทั้งสิ้นของสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯในการขนส่งตลอดจนบรรดาที่ดินซึ่งได้เวนคืนไว้แล้วเพื่อการท่าเรือให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย และ มาตรา 11 ที่ดินซึ่งการท่าเรือแห่งประทศไทยได้มาด้วยอำนาจแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือบทกฎหมายอื่นจะโอนต่อไปมิได้เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะ

จากเหตุผลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ตนในฐานะประชาชนคนไทย จึงมีความห่วงใยเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการท่าเรือกรุงเทพฯของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ในพื้นที่สองพันกว่าไร่ ที่มีข่าวครึกโครมว่าจะทำเป็นเอนเทอร์เทนเม้นต์ คอมแพล็กซ์ หรือ สมาร์ท ซิตี้ เหมือนท่าเรือโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น นั้น โครงการดังกล่าวจึงไม่สามารถทำได้ เพราะขัดต่อพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ.2480 อย่างชัดแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตามพจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน คำว่า “ท่าเรือ” คำนามคือ “ที่จอดเรือ” กฎ คือ “สถานที่สำหรับให้บริการแก่เรือในการจอดเทียบบรรทุกหรือขนถ่ายของ ในวันนี้ตนจึงต้องมายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะกำกับดูแลการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อให้ทบทวนการดำเนินโครงการพัฒนาที่ดินดังกล่าวให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายทุกประการ หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่กลุ่มทุนที่สนใจดำเนินการตามโครงการดังกล่าวด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts