กระแสการส่งตัวชาวอุยกูร์ 45 คน กลับประเทศจีน กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล โดยเฉพาะกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่กังวลด้านความปลอดภัยของชาวอุยกูร์ หลังกลับไปจีน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผย 7 เหตุผล การส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศ ประกอบด้วย
(1) รัฐบาลจีนได้มีคำขออย่างเป็นทางการโดยหนังสือทางการทูต ขอให้รัฐบาลไทยส่งคนจีนเชื้อสายอุยกูร์ จำนวน 45 คน ที่กระทำความผิดโดยได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย จึงถูกจับกุม และกักกันอยู่ในประเทศไทยมากว่า 10 ปีแล้ว โดยไม่มีข้อหาอื่นใด (ยกเว้นบางคนที่ทำการแหกห้องขัง และทำร้าย จนท.)
(2) รัฐบาลจีนยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนสัญชาติจีนทั้งหมด พร้อมได้มอบหลักฐาน และเอกสารประกอบ
(3) รัฐบาลจีนระบุว่า บุคคลเหล่านี้มีความผิดเพียงเล็กน้อย เป็นเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่ร้ายแรงอื่นใด ดังนั้นเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศจีน จะได้รับอนุญาตให้กลับคืนสู่ครอบครัวได้โดยตรง และกลับคืนสู่การดำรงชีวิตโดยปกติ และให้การรับรองอย่างเป็นทางการ และหนักแน่นว่าจะให้ความปลอดแก่บุคคลเหล่านนี้อย่างเต็มที่
(4) รัฐบาลจีนพร้อมให้ฝ่ายไทยร่วมสังเกตการณ์ ในขณะที่คนเหล่านี้เดินทางไปถึง เพื่อยืนยันว่า เป็นไปด้วยความปลอดภัย และกลับคืนสู่ครอบครัวด้วยความปลอดภัย และเพื่อแสดงให้เห็นว่าจีนให้ความเคารพต่อเรื่องสิทธิมนุษยชน
(5) รัฐบาลจีนพร้อมให้คณะผู้แทนจากฝ่ายไทย เข้าไปสังเกตการณ์เป็นระยะๆ ว่าคนเหล่านี้ได้กลับไปสู่ครอบครัว และกลับไปดำรงชีวิตโดยปกติ และได้รับความปลอดภัย
(6) รัฐบาลจีน พร้อมที่จะแถลงอย่างเป็นทางการ ยืนยันการให้ความปลอดภัยแก่บุคคลเหล่านี้
(7) สำหรับการพิจารณาของฝ่ายไทย ได้คำนึงถึงประเด็นต่างๆ อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงประเด็นที่ว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้สร้างปัญหาดังกล่าว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับปัญหา แต่กลับต้องแบกรับภาระในการดูแลบุคคลเหล่านี้มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี และแทนที่จะได้รับความเห็นใจ ได้รับความชื่นชม ได้รับความช่วยเหลือ สนับสนุน ที่ทุกฝ่าย (ทุกประเทศ) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องยอมรับร่วมกันได้ กลับถูกตำหนิ กดดันให้ดำเนินการตามความต้องการของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลใดๆ
รัฐบาลขอยืนยันว่า การส่งตัวบุคคลเหล่านี้กลับประเทศ มิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศอื่นใดทั้งสิ้น แต่เป็นไปเพื่อการแก้ไขปัญหา ที่กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ถูกละเมิดสิทธิมากว่า 10 ปี ในขณะเดียวกันประเทศไทยต้องแบกรับภาระมาโดยตลอด ประกอบกับบุคคลเหล่านี้ ถูกกักขังด้วยข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และจะต้องถูกส่งกลับประเทศของตน ทั้งนี้ รัฐบาลไทย จะติดตามตรวจสอบหลังจากนี้ต่อไป