
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 8.2 ริกเตอร์ ศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยแรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทยได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครและอีกหลายจังหวัด โดยเฉพาะการถล่มของอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สำนักงาน สตง.) แห่งใหม่ในเขตจตุจักรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายรวมกว่า 100 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานในพื้นที่ก่อสร้าง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องนั้น
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของผู้สูญเสีย ขอให้กำลังใจครอบครัวผู้ที่ยังสูญหาย ตลอดจนเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่อยู่ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและค้นหาผู้สูญหาย โดยเห็นว่าเหตุอาคารสำนักงาน สตง. ที่ถล่มลงเป็นเพียงอาคารเดียวในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบรุนแรงถึงระดับนี้ ซึ่งเป็นเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้น สะท้อนถึงปัญหาตลอดจนข้อบกพร่องในการก่อสร้างอาคารดังกล่าว กระทั่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิและความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของแรงงานที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างรวมทั้งประชาชนโดยรอบ
ท่ามกลางข้อสงสัยและการตั้งคำถามของสาธารณะต่อสาเหตุที่แท้จริงของเหตุอาคารถล่ม กสม. ขอเน้นย้ำถึงสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องของประชาชน โดยขอให้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน และโปร่งใส เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทำนองเดียวกันนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้ขอให้สำนักงาน สตง. ให้ความร่วมมือในการสอบสวนอย่างเต็มที่ พร้อมรับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เอาจริงเอาจัง ไม่น้อยไปกว่าที่เคยตรวจสอบหน่วยงานอื่น ๆ
พร้อมกันนี้ กสม. ขอเน้นย้ำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาระบบการเตือนภัยพิบัติทุกรูปแบบ ทั้งภัยจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม ดินถล่ม หรือไฟป่า รวมทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนในการรับมือกับเหตุดังกล่าว เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของประชาชนและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต




