ลุงป้อมถอย หรือแค่รอจังหวะสวน? ฟังคำตอบจากปาก ‘รัชฏะ’ ผู้สมัครหน้าใหม่ที่กล้าเดิมพันหมดหน้าตักกับ “พลังประชารัฐ”
“…ลืมภาพจำอันเงียบสงบไปก่อน เพราะวันนี้เสียงที่เคยถ่ายทอดธรรมะในบทบาท “ผู้พากษ์เสียงพระพุทธเจ้า” กำลังก้าวเข้าสู่ดงกระสุนตกทางการเมือง! ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูเรื่อง “เลือดไหลออก” ของพรรคพลังประชารัฐ และคำถามตัวโตๆ ว่า “ลุงป้อม” ยังไหวไหม? นายรัชฏะ สมรทินกร ตัดสินใจเดินสวนกระแส ยื่นใบสมัคร สส. กทม. ในนามพรรคที่หลายคนมองข้าม ด้วยเหตุผลเดียวที่ฟังแล้วต้องสะอึก… คือการทนเห็น “ผู้มีพระคุณ” ถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ นี่คือคำประกาศรบของคนตัวเล็กๆ ที่เชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์แบบสุดหัวใจ…”

💙 จากไมค์ทองคำ สู่สนามเลือกตั้งเขต 14
ใครจะไปคิดว่า อดีตสื่อมวลชนและนักพากย์เสียงอนิเมชั่นพระพุทธเจ้า (ปี 2550) อย่าง นายรัชฏะ สมรทินกร จะกระโดดลงสนามการเมืองเต็มตัว ในฐานะผู้สมัคร สส. กทม. เขต 14 (วังทองหลาง-บางกะปิ) หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ แต่นี่ไม่ใช่การมาเล่นๆ เพราะเจ้าตัวประกาศชัดว่า “ไม่ได้มาเพราะหวังผลประโยชน์ แต่มาเพราะศรัทธา” ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในเกมการเมืองยุคนี้ที่ใครๆ ก็พร้อมย้ายค่ายถ้าผลตอบแทนไม่ลงตัว

💙 “พี่ใหญ่ผู้ถูกกระทำ” : ทำไมต้องปกป้อง ‘บิ๊กป้อม’?
ในมุมมองของคนนอก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจเป็นนักการเมืองรุ่นลายครามที่มีทั้งคนรักและคนชัง แต่ในสายตาของนายรัชฏะ “บิ๊กป้อม” คือเหยื่อของความจงรักภักดี เขาเปิดใจแบบหมดเปลือกว่า:
- ผู้ให้ที่แท้จริง: พล.อ.ประวิตร คือปูชนียบุคคลที่มีแต่ความเมตตา ผลักดันให้หลายคนได้ดิบได้ดี
- เจ็บเพราะคนใกล้ตัว: สิ่งที่ท่านได้รับตอบแทนกลับมาคือ “การทรยศหักหลัง” จากคนที่เข้ามาหวังผลประโยชน์
- จุดยืนที่แตกต่าง: นายรัชฏะย้ำว่า ตนเองจะไม่เป็นเหมือนคนที่ “พอไม่ได้ดั่งใจก็ออกกันกราวรูด” แต่จะขออยู่เคียงข้าง ไม่ทิ้งกันไปไหน
“ส่วนใหญ่พวกที่เข้ามาก็มาหวังผลประโยชน์ทั้งสิ้น พอไม่ได้ดั่งหวังก็ออกกันกราวรูด… ใครจากลุงไป เราไม่ว่า แต่ผมจะไม่ทิ้งลุง”
💙 ความมั่นคงต้องมาก่อน: มุมมองเรื่องชายแดนและกองทัพ
ประเด็นที่น่าจับตามองและอาจจุดกระแสถกเถียงในสังคม คือมุมมองของนายรัชฏะต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เขาชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะที่วางใจไม่ได้ และนี่คือเหตุผลที่ “กองทัพยังจำเป็น”:
- ความเสี่ยงรอบบ้าน: เพื่อนบ้านมีระบบการปกครองที่แตกต่างและสถานการณ์ชายแดนยังมีความขัดแย้งต่อเนื่อง
- อธิปไตยคือรากฐาน: ถ้าไม่มีทหารปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมก็เกิดขึ้นไม่ได้
- ความสงบที่จับต้องได้: เขาเชื่อว่าความเข้มแข็งทางการทหาร จะนำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนในที่สุด
💙 “เสือซ่อนเล็บ” : ลุงป้อมไม่ได้ถอย แค่รอกระบวนท่าใหม่
สำหรับใครที่ปรามาสว่า พล.อ.ประวิตร ถึงวัยเกษียณทางการเมืองแล้ว นายรัชฏะขอให้คิดใหม่ เพราะสิ่งที่เห็นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาทางยุทธศาสตร์
“หัวใจลุงป้อมไม่เคยแพ้… ลุงไม่ได้หยุด แต่กลับคิดกระบวนท่า แล้วกลับมาใหม่”
แม้สังขารจะร่วงโรยไปบ้างตามกาลเวลา และคนรอบข้างอาจเป็นห่วงสุขภาพจนต้องชะลอบทบาทลงบ้าง แต่ “ไฟในใจ” ของพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ยังลุกโชน พร้อมที่จะเดินหน้าสร้างเสถียรภาพให้พรรคและประเทศต่อไป การเงียบหายไปช่วงนี้ จึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการ “ถอยเพื่อกระโดด” ครั้งใหม่ที่น่าจับตามอง
การเปิดตัวของนายรัชฏะในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึง “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของพรรคพลังประชารัฐ ที่กำลังพยายามรักษฐานเสียงเดิมและสร้างเลือดใหม่ที่เน้นความจงรักภักดีมากกว่าดีลผลประโยชน์ ในยุคที่คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามกับบทบาทกองทัพ การมีผู้สมัครที่กล้าลุกขึ้นมาพูดเรื่องความจำเป็นของ “รั้วของชาติ” กลางเมืองหลวง ถือเป็นการเดินเกมที่ท้าทายและวัดใจคนกรุงฯ อย่างยิ่งว่า ท้ายที่สุดแล้ว “ปากท้อง” กับ “ความมั่นคง” อะไรคือโจทย์ใหญ่ที่คนไทยต้องการแก้มากที่สุด
ในสนามการเมืองที่เต็มไปด้วยการย้ายขั้วสลับข้าง การปรากฏตัวของคนที่กล้าประกาศตัวว่าเป็น “ผู้พิทักษ์ลุงป้อม” อย่างนายรัชฏะ อาจดูเหมือนการว่ายทวนน้ำที่เชี่ยวกราก แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่า “การเมืองไม่ได้มีแค่เรื่องของผลประโยชน์ แต่ยังมีเรื่องของ ‘ใจ’ ที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน” ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร คูหาเลือกตั้งเท่านั้นที่จะให้คำตอบ
#สืบจากข่าว รายงาน



