ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โดย ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 ได้ดำเนินการสั่งการให้ บก.สส.ภ.1 สืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการส่งพัสดุสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือพัสดุที่ไม่ได้มีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นจริง แล้วมีการเก็บเงินปลายทาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนเป็นวงกว้าง
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 พบว่า คลังกระจายสินค้า ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีพัสดุถูกตีกลับส่งไว้ที่คลังเก็บพัสดุดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยน่าเชื่อว่าคลังแห่งนี้เป็นแหล่งส่งออกและพักสินค้าที่ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชนในลักษณะของการจัดส่งพัสดุและเรียกเก็บเงินปลายทางโดยที่ผู้รับพัสดุไม่ได้มีการสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว
ต่อมาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 79 / 2569 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เข้าค้นโกดังเก็บพัสดุสินค้าดังกล่าว โดยพบพัสดุถูกตีกลับจำนวนประมาณ 50,000 ชิ้น ซึ่งจากการสอบถามพนักงานประจำโกดังได้ให้การว่า พัสดุดังกล่าวเป็นพัสดุที่ถูกตีกลับ โดยจะถูกเก็บไว้ในโกดังเพื่อรอออเดอร์ครั้งใหม่จากระบบ ซึ่งภายหลังเมื่อมีออเดอร์ใหม่เข้ามา จะมีพนักงานทำการจ่าหน้าพัสดุไปยังผู้รับคนใหม่ เพื่อส่งพัสดุและเรียกเก็บปลายทางยังลูกค้าคนต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม โดยได้มีการโทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้รับพัสดุที่มีข้อมูลปรากฎในอยู่ระบบ ซึ่งทางปลายสายแจ้งว่าไม่ได้มีการสั่งพัสดุเก็บเงินปลายทางชิ้นดังกล่าวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดอายัดพัสดุดังรายการต่อไปนี้
1. สินค้าที่ไม่ได้มีแหล่งผลิตในประเทศไทยที่มีความผิดตาม พรบ.ศุลกากรฯ จำนวน 59 รายการ
2. พัสดุที่ถูกตีกลับ โดยแจ้งว่าผู้รับปฏิเสธการรับสินค้า จำนวน 100 รายการ
3. พัสดุที่ถูกบันทึก เข้ามาในระบบและเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า จำนวน 100 รายการ
4. พัสดุที่เตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า วันที่ 5 ก.พ.2569 จำนวน 1 รายการ
5. พัสดุ จำนวน 53,889 กล่อง
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าดังกล่าว ว่ามีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยหรือไม่ และถือเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่ และจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบถึงเจ้าของสินค้า นายทุน เจ้าของบริษัท ผู้สั่งการ/ผู้รับผลประโยชน์ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
















