กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิ หลังขยายผลจากกรมสรรพากร พบพฤติการณ์จดทะเบียนบังหน้าอ้างขายคอมพิวเตอร์ แต่สถานที่จริงกลับเป็นค่ายมวย
รายละเอียดการจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ปฏิภาณ เป็นสุข สว.กก.2 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันทำการจับกุม นายพรหมพล (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ข้อหา: “ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออก“ ตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 102/2569 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 จับกุมบริเวณบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 6 ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์คดี บจก.คอมพิวเตอร์ แต่สอนต่อยมวย เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2559 กรมสรรพากรได้เข้าตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษีอากร โดยการ “ขายใบกำกับภาษี” ให้ผู้ประกอบการรายอื่นนำไปใช้เครดิตภาษีโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง
เมื่อเจ้าหน้าที่ขยายผลมายังบริษัทของผู้ต้องหา ซึ่งจดทะเบียนว่าเป็นกิจการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ กลับพบความผิดปกติ ดังนี้
-สถานที่จดทะเบียน เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น แต่สภาพจริงเปิดเป็น “ค่ายมวยสอนศิลปะการต่อสู้”
-ไร้เงาพนักงาน ไม่พบพนักงานหรือร่องรอยการประกอบกิจการคอมพิวเตอร์ มีเพียงป้ายชื่อบริษัทติดไว้บังหน้า
-เลี่ยงการชี้แจง เมื่อเจ้าพนักงานออกหนังสือเรียกให้กรรมการ (ผู้ต้องหา) นำส่งเอกสารหลักฐาน กลับเพิกเฉยไม่เข้าพบ
จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง พบว่าในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2559 บริษัทดังกล่าวมีการออกใบกำกับภาษีขายให้บริษัทอื่นรวม 18 ฉบับ มูลค่าสินค้ากว่า 3,488,800 บาท (ภาษีมูลค่าเพิ่ม 244,216 บาท) ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 86/13 แห่งประมวลรัษฎากร
คำให้การและบทสรุป
เบื้องต้นในชั้นจับกุม นายพรหมพล ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่รู้เห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และเพิ่งทราบว่าตนเองมีหมายจับเมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
CIB เตือนภัย ขอเตือนประชาชน “ห้ามขายหรือให้บัตรประชาชนแก่ผู้อื่น” โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เพราะท่านอาจถูกนำชื่อไปแอบอ้างเป็นกรรมการบริษัทเพื่อกระทำความผิด และต้องตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว







