กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.วรศักดิ์ บัณฑิต, พ.ต.อ บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.บก ปพ, พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ, พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ปัญญากาญจน์ และ พ.ต.ท.ณัฐกฤต กิ่งชัยภูมิ รอง ผกก.1 บก.ปพ., เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เอกพงษ์ ผูกพันธ์ รอง ผกก.1 บก.ปพ., พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ., ร.ต.ต.วิฑูรย์ เกื้อสกุล รอง สว.(ป) กก.1 บก.ปพ., ส.ต.ท.กฤษฏากรณ์ แก้วศรีพจน์, ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ อุทัยเลิศ, ส.ต.ต.วาฬุพงศ์ นักร้อง และ ส.ต.ต.สุเมต จันทร์แก้ว ผบ.หมู่ กก.1 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายสมชายฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1073/2568 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชี
เงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนฯ”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าห้องพัก ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
พฤติการณ์คดี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ได้มีมิจฉาชีพใช้งานแอปพลิเคชัน Facebook ชื่อบัญชี “Marketing Influencer” โพสต์โฆษณาขึ้นหน้าฟีตของดาราสาว “เบสท์” (ผู้เสียหาย) ว่าหา Influencer นักรีวิวโรงแรม Hotel Reviewer ผู้เสียหายสนใจ หลงเชื่อแล้วได้ติดต่อสมัครงานไป โดยให้โหลดใช้แอพพลิเคชั่น Telegram เพื่อเป็นการใช้ในการติดต่อข่าวสาร หลังจากนั้นคนร้ายแจ้งว่า ผู้เสียหายผ่านการรีวิว และให้ผู้เสียหายส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร เพื่อจะได้รับค่าตอบแทน และคนร้ายแจ้งว่าผู้เสียหายได้เข้าร่วมกลุ่มงาน Influencer & Agent Group123 ต่อมาได้ให้ผู้เสียหายเปลี่ยนมาทำกิจกรรมรีวิวเพื่อรับงานโปรโมทสินค้า เพื่อเพิ่มยอดการขายโรงแรมในแอพ Agoda โดยจะเป็นการทำ Partner Agoda หลังจากนั้นคนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าได้เงินกำไรจริง ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินให้คนร้ายไปลงทุนเพื่อหวังเงินเปอร์เซ็นต์กำไรจากการรีวิว จำนวน 8 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 1,201,760 บาท หลังจากนั้นผู้เสียหายเริ่มรู้ตัวว่าโดนหลอก จึงได้ส่งข้อความไปสอบถามว่าจะยกเลิกไม่ทำแล้วปรากฏว่าคนร้ายบ่ายเบี่ยง ไม่ตอบคำถาม เชื่อว่าคนร้ายมีเจตนาเข้ามาคุยกับผู้เสียหายเพื่อมีเจตนาให้บุคคลทั่วไปหลงเชื่อ ให้ทำกิจกรรมพิเศษแล้วโอนเงินอันเป็นความเท็จ ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป
ทางด้าน เบสท์ฯ เล่าเป็นอุทาหรณ์ผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ เบสท์ฯ มีเวลามาคิดทบทวนว่า เฮ้ย! เราโดนไปได้ยังไง ทั้งๆที่ปกติ เป็นคนระวังตัวมาก ไม่เคยหลงเชื่ออะไรง่ายๆ แต่ในวันที่เราหลวมตัวเข้าไปสู่โลกของมิจ มันเหมือนถูกดึงเข้าไปให้ “ติดกับดัก” เพราะสนใจทำงานและอยากมีรายได้ (ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้เสียค่าสมัครนะคะ คนเข้าใจผิดกันเยอะ) และพวกนี้เป็นมืออาชีพทำงานกันเป็นทีม และมีการแบ่งหน้าที่กันโดยชัดเจน เพื่อที่จะมาเล่นกับความรู้สึกคน กดดันเรื่องเวลา หน้าม้าก็รุมพิมพ์ต่อว่า เพื่อบีบให้เราต้องทำเพื่อส่วนรวมยอมรับว่า ณ เวลานั้น “ขาดสติ” และมัวแต่ใจจดใจต่อในการอยากได้เงินตัวเองคืน ทำให้โอนต่อ โอนเพิ่ม โดยไม่ทันได้ฉุกคิด หรือไหวตัวช้าไปมาก จนยอดความเสียหายสูงไปถึงหลักล้าน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แจ้งเบื้องต้นว่า ได้เข้าไปคุยในกลุ่มหางาน ชื่อกลุ่มรับงานระยอง มีผู้หญิงคอมเม้นต์ใต้โพสต์ที่ผู้ต้องหาโพสต์ในกลุ่มหางานว่าจะจัดหางานให้ แล้วทำการติดต่อคุยกัน แล้วผู้หญิงดังกล่าวหลอกให้ไปที่ชายแดน เพื่อจะให้ตนได้ไปทำงาน เมื่อไปถึงได้มีคนมาหาล๊อคตัวเพื่อไปเปิดบัญชี จับแสกนหน้าแล้วยึดบัญชีไป ผู้ต้องหารู้ตัวว่าโดนหลอกอีกทีจึงได้แอบหนีกลับมาโดยเส้นทางธรรมชาติ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย “บัญชีม้า” ห้ามรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารแล้วนำไปให้ผู้อื่นใช้เด็ดขาด มีความผิดถึงขั้นจำคุก, ห้ามนำสมุดบัญชีธนาคาร บัตร ATM พร้อมรหัส หรือรหัสแอปธนาคารไปให้ผู้อื่นใช้ เขาอาจนำบัญชีของเราไปทำผิดกฎหมาย เช่น หลอกลวงหรือฉ้อโกงผู้อื่นการรับจ้างเปิดบัญชี ขาย หรือให้ผู้อื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) มีความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกและปรับสูงมาก ผู้กระทำผิดมักเป็นเหยื่อของการหลอกหางาน หลอกโอนเงินผิด หรือหลอกกู้เงิน ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือบัตรประชาชนกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด ปกป้องตัวเองและครอบครัวจากการเป็น “บัญชีม้า” ระวังอย่าให้ข้อมูลสำคัญตกอยู่ในมือคนผิด
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ส.ต.ท.กฤษฏากรณ์ แก้วศรีพจน์ โทร .062-5495707
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”







