วันที่ 26 ก.พ.69 “อี้ แทนคุณ” ประธานชมรมสันติประชาธรรม ควง “ภัทรกร” ตัวแทนผู้บริโภค รุดติดตามความคืบหน้าคดีร้องเรียนบริษัทอสังหาฯ ของบิดาหัวหน้าพรรคประชาชน หลังเวลาผ่านไปกว่า 669 วันแต่เรื่องไม่คืบ แฉพฤติการณ์ส่อหลอกลวงผู้บริโภค-เลี่ยงกฎหมายจัดสรรที่ดิน พร้อมตั้งข้อสังเกตเจ้าหน้าที่รัฐอาจมีส่วนรู้เห็น
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้าแดนเนรมิตเก่ง อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมด้วย นายภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค ร่วมแถลงกรณีการร้องเรียนบริษัทจัดสรรที่ดินของ นายสุชาติ สงวนนามสกุุล บิดาของ หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง โดยระบุว่าพบความไม่โปร่งใสหลายประการ
– ผิดสัญญาจ้าง เดิมตกลงจะสร้างจุดกลับรถ 18 ซอย (8 จุด) เพื่ออำนวยความสะดวก แต่หน้างานจริงกลับไม่มีการก่อสร้างตามที่ระบุในสัญญา
– ซอยแปลงที่ดินเลี่ยงกฎหมาย: ตามใบอนุญาตต้องจัดสรรแปลงละไม่ต่ำกว่า 100 ตารางวา แต่กลับมีการซอยแบ่งขายเพียง 50 ตารางวา ทำให้จำนวนบ้านเพิ่มจาก 220 แปลง เป็น 436 หลัง ส่งผลกระทบต่อสิทธิการโหวตตั้งนิติบุคคลของลูกบ้าน
มีพฤติการณ์นอมินี มีการใช้นอมินีรับช่วงซื้อที่ดินเพื่อหลบเลี่ยงข้อกฎหมาย และพบว่าหัวหน้าพรรคการเมืองชื่อดังเคยมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในช่วงเกิดเหตุ ก่อนจะถอนชื่อออกภายหลัง
นายภัทรกร ระบุว่า ตนได้ยื่นเรื่องต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 จนถึงปัจจุบันรวม 669 วัน เพื่อให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ (อนุกรรมการจัดสรรที่ดิน) ที่เซ็นรับมอบสาธารณูปโภค ทั้งที่สภาพจริงไม่ตรงตามใบอนุญาต รวมถึงกรณีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสาธารณูปโภคที่กรมที่ดินเคยประกาศว่าไม่ต้องเสีย
“ตนตั้งข้อสังเกตว่าระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่เรื่องเงียบหายไป นานผิดปกติอย่างมาก สงสัยว่ามีอำนาจพิเศษเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ หากคดียังไม่คืบหน้า เตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นต่อกรรมาธิการและประธานสภาฯ ต่อไป” นายภัทรกร กล่าว
ด้านพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ชี้แจงเบื้องต้นว่า จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าที่ผ่านมาเป็นการ “ร้องเรียนเพื่อให้สืบสวนข้อเท็จจริง” ไม่ใช่การ “แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ” ฝ่ายสืบสวนจึงได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งต่อ เพราะผู้เสียหายยังไม่ได้แสดงความประสงค์จะดำเนินคดีกับบุคคลใดอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม หากมีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษอย่างเป็นทางการ พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จและส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาภายใน 30 วันตามกฎหมาย










