เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าวขับเคลื่อนมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เพื่อสร้างการรับรู้และลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
วันที่ 7 เมษายน 2569 เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าวขับเคลื่อนมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 เพื่อสร้างการรับรู้และลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
ร.ต.ต.ปัญญวัฒน์ กระทุ่มเขต ประธานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ภาคประชาชนมีบทบาทสำคัญในการร่วมรณรงค์ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในพื้นที่จัดกิจกรรม “ถนนข้าวทิพย์” ซึ่งกำหนดเป็นพื้นที่ลดการดื่มแอลกอฮอล์ระยะทางประมาณ 800 เมตร พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วม “ฝากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุและการสูญเสีย รวมถึงเน้นย้ำห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีอย่างเด็ดขาด
ด้านนางสาวฉัตราภรณ์ แก้วยนต์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตไม่เกิน 6 ราย และลดอุบัติเหตุลงร้อยละ 5 ในช่วง “7 วันอันตราย” ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน โดยเน้นมาตรการเข้มงวดเรื่องการสวมหมวกนิรภัย การงดดื่มแล้วขับ และเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การยืนท้ายกระบะ และการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี โดย พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ บุญศรี ผู้กำกับสอบสวน เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งจุดตรวจรวม 17 จุดทั่วจังหวัด แบ่งกำลังปฏิบัติงาน 3 ผลัดต่อวัน พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะความผิดฐาน “เมาแล้วขับ” รวมถึง 10 ข้อหาหลักด้านวินัยจราจร พร้อมเพิ่มโทษผู้กระทำผิดซ้ำถึงขั้นจำคุกและเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ในส่วนของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จันทบุรี เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบร้านค้า ห้ามจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และห้ามขายให้เยาวชน ขณะที่สาธารณสุขจังหวัดเตรียมความพร้อมระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 โรงพยาบาล และทีมกู้ชีพ ให้เข้าถึงผู้บาดเจ็บภายใน 8 นาที
สำนักงานขนส่งจังหวัดจันทบุรี จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสาร (สายด่วน 1584) ตรวจสภาพรถและความพร้อมของพนักงานขับรถ รวมถึงใช้ระบบ GPS ควบคุมความเร็ว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง
ด้านฝ่ายปกครองจังหวัดจันทบุรี เน้นการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่สาธารณะอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ขณะที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสื่อสาร ผ่านสื่อทุกช่องทาง ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และหอกระจายข่าวกว่า 200 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 10 อำเภอ เพื่อสร้างการรับรู้และรณรงค์ให้ประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อผลักดันเป้าหมาย “สงกรานต์ปลอดภัย” ลดการสูญเสีย และมุ่งสู่แนวคิด “ตายเท่ากับศูนย์” พร้อมส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนแทนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์












