“แนวคิดสำคัญ “สามตัวแทน” จากความคิดเหมาเจ๋อตง ถึงทฤษฎีเติ้งเสี่ยวผิง สู่ทัศนะการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ของสีจิ้นผิง ว่าด้วยสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ สืบทอดสายธารเดียวกัน และก้าวหน้าไปตามยุคสมัย ล้วนเป็นผลผลิตจากการผนวกหลักการพื้นฐาน เข้ากับสภาพความเป็นจริงที่เป็นรูปธรรมของจีน ตามสภาพประเทศและเงื่อนไขยุคสมัย ส่องนำเส้นทางก้าวไปข้างหน้าของจีน ไปสู่ชัยชนะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง”
บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร
ประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่ยุคใกล้สมัยใหม่เป็นต้นมา คือประวัติศาสตร์การต่อสู้ดิ้นรนของประชาชนจีน เพื่อเรียกร้องเอกราชของชาติ การปลดปล่อยประชาชน การบรรลุความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และความผาสุกของประชาชน เมื่อย้อนมองเส้นทางอันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยคลื่นลมนี้ จะเห็นประสบการณ์พื้นฐานข้อหนึ่งได้อย่างชัดเจน นั่นคือ การปฏิวัติ การก่อสร้าง การปฏิรูปและการพัฒนาของจีน ล้วนมิใช่ผลของการคลำทางอย่างมืดบอด หรือการลอยไปตามกระแส แต่เป็นผลจากการเดินทีละก้าวอย่างมั่นคง ภายใต้การชี้นำที่ถูกต้องของทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์นี้ก็คือลัทธิมาร์กซ์ และผลสำเร็จทางทฤษฎีที่ทำให้ลัทธิมาร์กซ์เป็นจีน และทันสมัยตามยุคสมัย
ในช่วงการปฏิวัติประชาธิปไตยใหม่ ประชาชนจีนเผชิญกับภารกิจอันหนักหน่วง ในการต่อต้านจักรวรรดินิยม และต่อต้านศักดินา นับตั้งแต่ยุคใกล้สมัยใหม่เป็นต้นมา ผู้มีจิตใจกล้าหาญจำนวนนับไม่ถ้วน เคยลองใช้ลัทธิและแนวทางต่าง ๆ มากมาย แต่ล้วนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของสังคม กึ่งอาณานิคม กึ่งศักดินาของจีน ได้โดยพื้นฐาน คอมมิวนิสต์จีนที่มีสหายเหมาเจ๋อตงเป็นผู้แทนหลัก ได้ผนวกหลักการพื้นฐานของลัทธิมาร์กซ์-เลนิน เข้ากับสภาพความเป็นจริงที่เป็นรูปธรรมของจีน สถาปนาความคิดเหมาเจ๋อตงขึ้น ความคิดเหมาเจ๋อตง วิเคราะห์สภาพสังคมและความขัดแย้งหลักของจีนอย่างลึกซึ้ง เสนอแนวทางปฏิวัติที่ถูกต้อง ในการใช้ชนบทล้อมเมือง และยึดอำนาจด้วยกำลังอาวุธ ตอบคำถามอย่างเป็นระบบว่า ในประเทศตะวันออกขนาดใหญ่ ที่มีชาวนาเป็นประชากรส่วนใหญ่ จะดำเนินการปฏิวัติอย่างไร
ภายใต้การชี้นำทางวิทยาศาสตร์ของความคิดเหมาเจ๋อตง พรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงได้นำประชาชนบรรลุชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ของการปฏิวัติประชาธิปไตยใหม่ สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน บรรลุเอกราชของชาติ และการปลดปล่อยประชาชน หลังการสถาปนาประเทศจีนใหม่ ภายใต้การชี้นำของความคิดนี้ จีนยังได้เสร็จสิ้นการเปลี่ยนแปลงสังคมนิยม สถาปนาระบบพื้นฐานสังคมนิยม วางรากฐานทางการเมือง และรากฐานทางระบบที่เป็นพื้นฐาน สำหรับความก้าวหน้าและการพัฒนาทั้งปวงของจีนร่วมสมัย
เมื่อเข้าสู่ยุคใหม่ของการปฏิรูปเปิดประเทศ และการสร้างความทันสมัยสังคมนิยม จีนเผชิญกับคำถามใหม่ว่า จะปลดปล่อยและพัฒนากำลังการผลิตอย่างไร และจะสร้างสังคมนิยมอย่างไร คอมมิวนิสต์จีนที่มีสหายเติ้งเสี่ยวผิงเป็นผู้แทนหลัก ได้สรุปบทเรียนประสบการณ์การสร้างสังคมนิยม ทั้งในและต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง สถาปนาทฤษฎีเติ้งเสี่ยวผิงขึ้น ตอบคำถามพื้นฐานที่ว่า “สังคมนิยมคืออะไร และจะสร้างสังคมนิยมอย่างไร” อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เสนออย่างชัดเจน ให้เดินตามเส้นทางของตนเอง สร้างสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์จีน ผลักดันให้ศูนย์กลางการทำงานของพรรค รัฐย้ายมาอยู่ที่การก่อสร้างทางเศรษฐกิจ และเริ่มดำเนินการปฏิรูปเปิดประเทศ
แนวคิดสำคัญ “สามตัวแทน” ได้ตอบคำถามเพิ่มเติมว่า จะสร้างพรรคแบบไหน และจะสร้างพรรคอย่างไร ส่วนทัศนะการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ ก็ได้ตอบคำถามเชิงวิทยาศาสตร์ว่า ภายใต้สถานการณ์ใหม่จะบรรลุการพัฒนาแบบไหน และจะพัฒนาอย่างไร นวัตกรรมทางทฤษฎีชุดนี้ ประกอบกันเป็นระบบทฤษฎีสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์จีน ได้ชี้นำจีนให้บรรลุการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ จากระบบเศรษฐกิจ วางแผนรวมศูนย์สูง ไปสู่ระบบเศรษฐกิจตลาดสังคมนิยมที่เปี่ยมพลัง และจากการปิดประเทศ กึ่งปิดประตู ไปสู่การเปิดกว้างรอบด้าน ทำให้จีนก้าวทันยุคสมัยอย่างก้าวกระโดด
ตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 18 เป็นต้นมา สังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์จีน ได้เข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รอบศตวรรษของโลก และภาพรวมยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของประชาชาติจีน คอมมิวนิสต์จีนที่มีสหายสีจิ้นผิงเป็นผู้แทนหลัก ได้ยึดมั่นในการผนวกหลักการพื้นฐานของลัทธิมาร์กซ์ เข้ากับสภาพความเป็นจริงที่เป็นรูปธรรมของจีน และเข้ากับวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของจีน สถาปนาความคิดสีจิ้นผิง ว่าด้วยสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่ ความคิดนี้ตอบคำถามสำคัญแห่งยุคสมัยอย่างลึกซึ้งว่า จะยึดมั่นและพัฒนาสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์จีนแบบไหน และจะยึดมั่นและพัฒนาอย่างไรในยุคใหม่ พร้อมทั้งเสนอกระบวนความคิด แนวทาง และยุทธศาสตร์ใหม่ ๆ ในการบริหารประเทศ ภายใต้การชี้นำของความคิดสีจิ้นผิง ว่าด้วยสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่ พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำประชาชนจีน ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ยากลำบากจำนวนมาก ที่อยากแก้มานานแต่แก้ไม่ได้ และทำเรื่องใหญ่จำนวนมาก ที่อยากทำมาแต่อดีตแต่ทำไม่สำเร็จ เสร็จสิ้นภารกิจประวัติศาสตร์ ในการขจัดความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จ และการสร้างสังคมอยู่ดีมีสุขอย่างรอบด้าน ตามกำหนดเวลา บรรลุเป้าหมายการต่อสู้ร้อยปีแรก ผลักดันภารกิจของพรรคและประเทศ บรรลุผลสำเร็จทางประวัติศาสตร์ และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์
จากความคิดเหมาเจ๋อตง ถึงทฤษฎีเติ้งเสี่ยวผิง จากแนวคิดสำคัญ “สามตัวแทน” ทัศนะการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ ถึงความคิดสีจิ้นผิง ว่าด้วยสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ สืบทอดสายธารเดียวกัน และก้าวหน้าไปตามยุคสมัย ล้วนเป็นผลผลิตจากการผนวกหลักการพื้นฐานของลัทธิมาร์กซ์ เข้ากับสภาพความเป็นจริงที่เป็นรูปธรรมของจีน และลักษณะเฉพาะของยุคสมัย ล้วนเป็นผลึกแห่งภูมิปัญญาส่วนรวม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทฤษฎีเหล่านี้ ทั้งยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของสังคมนิยมทางวิทยาศาสตร์ และทั้งให้เอกลักษณ์จีนที่เด่นชัด ตามสภาพประเทศและเงื่อนไขยุคสมัยของจีน ทำให้ลัทธิมาร์กซ์ แสดงพลังแห่งสัจธรรม และพลังแห่งการปฏิบัติอันเข้มแข็งบนแผ่นดินจีน
การปฏิบัติได้พิสูจน์อย่างเต็มที่แล้วว่า ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ คือเข็มทิศแห่งการกระทำ ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ และการบรรลุผลสำเร็จทางประวัติศาสตร์ทุกครั้งของการปฏิวัติ และการพัฒนาของจีน ล้วนแยกไม่ออกจากการชี้นำที่ถูกต้อง ของทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาของการปฏิบัติของจีน ก็ได้เสริมสร้างและพัฒนาทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ อย่างต่อเนื่องเช่นกัน บนการเดินทางใหม่ แห่งการบรรลุการฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของประชาชาติจีน จำเป็นต้องยึดมั่นใช้ลัทธิมาร์กซ์ ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ชี้นำการปฏิบัติใหม่ ยึดมั่นการปลดปล่อยความคิด ยึดถือความเป็นจริง ก้าวทันยุคสมัย แสวงหาสัจธรรมและปฏิบัติจริง ให้แสงสว่างแห่งทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ส่องนำเส้นทางก้าวไปข้างหน้าของจีนตลอดไป ชี้นำจีนก้าวจากชัยชน ะไปสู่ชัยชนะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง



