วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
หน้าแรกข่าวประชาสัมพันธ์งาน“เพื่อประโยชน์ต่อสังคม”ก่อเกิดพลังแห่งศรัทธา“วัดธรรมกาย”เงินบริจาค “จึงหลั่งใหลมากมาย”ใช่เกิดจากความโง่ “ความงมงาย”

Related Posts

งาน“เพื่อประโยชน์ต่อสังคม”ก่อเกิดพลังแห่งศรัทธา“วัดธรรมกาย”เงินบริจาค “จึงหลั่งใหลมากมาย”ใช่เกิดจากความโง่ “ความงมงาย”

“….หลักธรรมของพุทธศาสนาคือเป้าหมายที่ชัดเจน การปฏิบัติธรรมและการร่วมงานบุญเป็นเรื่องของ “หน้าที่ส่วนตัวต่อพุทธศาสนา” มากกว่าเรื่องตัวบุคคลของเจ้าอาวาส ศิษย์ส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเพราะคำสอน การปฏิบัติธรรมที่สม่ำเสมอ สถานที่ไม่ได้เป็นแค่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็น “สัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์” สะท้อนว่า วัดพระธรรมกายก้าวข้ามผ่านจุดที่จะล่มสลายเพราะ “ตัวบุคคล” ไปแล้ว แต่ได้กลายเป็น “ชุมชนพุทธศาสนิกชนขนาดใหญ่” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของศิษย์ (Crowd Power) ที่มีทรัพยากรด้านการเงินทุนและกำลังคนมหาศาล จนกฎหมายทางโลก การยึดทรัพย์ ทำได้เพียงจำกัดพื้นที่ทางกายภาพบางส่วน แต่ไม่สามารถจำกัดพื้นที่ทางจิตวิญญาณของพวกเขาได้ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นศูนย์ร่วมจิตใจของพุทธศาสนิกชนแห่งพุทธศาสนาแห่งหนึ่งในประเทศไทย ใช่ว่าสถานที่แห่งนี้คือศูนย์รวมความโง่เขางมงาย มานั่งจุดธูปเทียนอธิฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ จากเทพเจ้า จากเทพอสูรองค์ใด ใด…”

นับตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 ตรงกับวันมาฆบูชา จากที่ดินบริจาคจำนวน 196 ไร่ ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้ก่อตั้งหลักคือ พระเทพญาณมหามุนี พระไชยบูลย์ ธมฺมชโย และ แม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ปัจจุบันขยายพื้นที่ไปกว่า 2,000 ไร่ และมีการขยายสาขาไปทั่วโลกกว่า 100 แห่ง ทำให้ “วัดธรรมกาย” กลายเป็นเครือข่ายทางพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย


แต่สุดท้ายก่อเกิดวิบากรรม เมื่อวัดพระธรรมกายและอดีตพระธัมมชโยต้องถูกดำเนินคดีอาญาจาก “คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น” แม้คดีอาญาในส่วนของอดีตพระธัมมชโยได้ยุติลงเนื่องจากขาดอายุความ ตามกำหนดเวลา 15 ปี อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ยังคงถูกดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินทางแพ่งเพื่อนำเงินคืนให้ผู้เสียหายต่อไป และแม้ทางวัดพระธรรมกายและคณะศิษยานุศิษย์จะได้มีการรวบรวมเงินคืนเพื่อเยียวยาผู้เสียหายในคดีไปบ้างแล้วโดยคณะศิษย์ได้ “ลงขัน” รวบรวมเงินและสั่งจ่ายเช็คคืนให้แก่สหกรณ์ฯ เป็นเงินจำนวน 684.78 ล้านบาท และมีการส่งมอบเงินเยียวยาเพิ่มเติม จนมียอดรวมช่วยเหลือไปแล้ว กว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกและให้สหกรณ์ฯ สามารถดำเนินกิจการต่อ

และในห้วงเวลาหลังจากนั้นเรื่องราวของวัดธรรมกายก็ปรากฏต่อสังคมมากมาย หลากหลายมุมมอง หลากหลายมิติ บ้างก็เสนอข่าวในมุมมองทางคดีว่าเป็นลัทธิที่งมงาย สร้างความน่าเชื่อถือแบบผิดๆในหลักพุทธศาสนา บ้างก็บอกว่าเป็นการวางแผนการตลาดที่แยบยลเพื่อดูดเงินผู้คนเข้าไปเพื่อหาประโยชน์ พร้อมๆกับนำภาพถ่ายภาพคลิปอาคารสถานที่ที่ใหญ่โตมโหฬารมาแปลเปลี่ยนในทัศนคติที่ตัวเองเข้าใจ เป็นมุมมองที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง จากข้อมูลที่แต่ละคนมีอยู่ในมือ แต่บทสุดท้ายก็ต้องตกตะลึงว่าทำไมยอดเงินบริจาคจึงหลั่งใหลเข้าสู่วัดธรรมกายมากมายขนาดนั้น พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตมโหฬาร เป็นปมคำถามที่ยังมีอยู่ทุกวันนี้

แต่หากมองย้อนดูรายชื่อหรือญาติธรรมผู้ใกล้ชิดกับทางวัดเรากลับพบว่า เขาเหล่านั้นล้วนเป็นนักธุรกิจระดับมีเงินพันล้าน หมื่นล้าน หรือหลายหมื่นล้านบาท ญาติธรรม และเหล่าศิษย์ที่มีจิตศรัทธามากมายนับหลายล้านคน ล้วนมีการศึกษาที่ดี ประสบความสำเร็จในชีวิต และแทบไม่มีประวัติที่ไม่ดีเลย แถมผู้ปฏิบัติธรรมที่มา ณ สถานที่แห่งนี้จำนวนมากมายกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา เข้าใจในหลักแห่งธรรมะของศาสนาพุทธได้ดียิ่ง เหนือกว่าผู้คนทั่วๆไปจำนวนมากมาย คงไม่โง่งมขนาดที่ถูกหลอกบริจาคกระมัง?

หากนับรวมมูลค่าการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์และสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ทั้งหมดในเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ วงเงินค่าก่อสร้างอาจสูงถึง 20,000 – 30,000 ล้านบาท เงินมากมายขนาดนี้เขาสร้างสิ่งที่ไร้สาระ ไร้ประโยชน์เช่นนั้นหรือ?


และหากมองลึกไปถึงสิ่งก่อสร้างที่เป็นผลพวงมาจากการบริจาคเงินจากญาติธรรม ศิษยานุศิษย์ของวัดก็จะทราบได้ทันทีว่า ทำไมผู้คนเหล่านี้จึงพร้อมใจเพื่อบริจาคเงินทำบุญเพื่อสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ให้กับวัดธรรมกาย

อย่างมหาธรรมกายเจดีย์ ที่สร้างเพื่อเป็นศูนย์กลางหลักในการปฏิบัติธรรม มีการจัดพิธีสวดมนต์และนั่งสมาธิตลอด 24 ชั่วโมง และใช้เป็นที่จัดกิจกรรมตักบาตรพระขนาดใหญ่ แต่ละครั้งจะมีพระสงฆ์จากทั่วประเทศมาร่วมงานตลอด แต่ละครั้งมีจำนวนรวมกว่า 3,000 รูป

อีกทั้งมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี หรือหลวงปู่ทองคำ ที่เปิดให้เข้าสักการะและนั่งสมาธิได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด เสาร์ 13.00-16.00 น. / อาทิตย์ 11.00-12.30 น.และทุกวันนี้ผู้คนก็ยังเข้าไปสักการะและนั่งสมาธิได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

มหารัตนวิหารคด ยังคงใช้งานเพื่อจัดงานบุญสำคัญทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอ

สภาธรรมกายสากล ก็สร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานสำหรับการปฏิบัติธรรมและกิจกรรมบูชาข้าวพระในวันอาทิตย์ต้นเดือนเป็นปกติมาตลอด ซึ่งอาคารที่สร้างเพื่อปลูกศรัทธา และสอนธรรมเหล่านี้ก็ยังเปิดให้หน่วยงานภายนอก หรือส่วนราชการอื่นๆ เข้ามาใช้พื้นที่ประชุมร่วมกับอำเภอหรือร่วมกับทางวัดได้

และนับตั้งแต่ถูกดำเนินคดีจนถึงปัจจุบันปี 2569 วัดพระธรรมกายก็ยังคงจัดกิจกรรมทางศาสนาและการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้ลดระดับสเกลของงานบุญให้เล็กลง กลับมีการนิมนต์เจ้าคณะพระสังฆาธิการและพระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงนานาชาติ เช่น อินเดีย, ศรีลังกา, บังกลาเทศ, เวียดนาม มาร่วมพิธี มากกว่า 40,000 วัด อยู่เป็นประจำ
จำนวนผู้เข้าร่วมงานบุญแต่ละครั้ง ญาติธรรมและสาธุชนจะมารวมตัวกันนับแสนคน เต็มพื้นที่มหารัตนวิหารคดและลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ และแม้จะมีข้อจำกัดทางกฎหมายเรื่องทรัพย์สินบางส่วน แต่ศาสนสถานหลักอย่างมหาธรรมกายเจดีย์และสภาธรรมกายสากลก็ยังเปิดใช้งานตามปกติ

เพราะแก่นแท้ของวัดพระธรรมกายมีจุดเด่นคือการนำหลักธรรมที่อาจจะดูยากหรือเป็นนามธรรม มาทำให้เป็น “รูปธรรม” และ “จับต้องได้” มีเป้าหมายที่ชัดเจน การเน้นเรื่อง “ศูนย์กลางกาย” และ “ความใส” ของใจ เป็นวิธีการปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกว่า “เข้าถึงธรรม” ได้จริงในระดับหนึ่งตั้งแต่วันแรก

อีกทั้งปรากฏการณ์แห่ง “ศรัทธาที่เหนียวแน่น” เพราะวัดพระธรรมกายไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาในฐานะ “สถานที่” แต่ถูกสร้างในฐานะ “สถาบัน” ที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ (Systematic Management)ที่แข็งแรง แม้ตัว “ผู้นำสูงสุด” คือหลวงพ่อธัมมชโย จะไม่อยู่ในพื้นที่ แต่การบริหาร (บอร์ดบริหารวัด) และระดับปฏิบัติการ (อาสาสมัคร/พระลูกวัด)
ยังทำงานได้อย่างเป็นระบบอัตโนมัติ ที่สำคัญคือหลักธรรมของพุทธศาสนาที่เป็นเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้ญาติธรรมมองว่าการปฏิบัติธรรมและการร่วมงานบุญเป็นเรื่องของ “หน้าที่ส่วนตัวต่อพุทธศาสนา” มากกว่าเรื่องตัวบุคคลของเจ้าอาวาส สำหรับศิษย์ส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเพราะคำสอน การปฏิบัติธรรมที่สม่ำเสมอ

สถานที่ไม่ได้เป็นแค่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็น “สัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์”:ความสะอาดและระเบียบ ความเป็นระเบียบวินัยและความสะอาดในระดับสากล สร้างความประทับใจและความเลื่อมใสแก่ผู้มาเยือน (First Impression) ความอลังการ (Grandeur) สถานที่ที่ใหญ่โต ทันสมัย และสามารถจุคนได้นับแสน ช่วยสร้างความรู้สึกว่า “เราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่” และสร้างพลังใจในการทำความดีตามความเชื่อของกลุ่ม

สะท้อนว่า วัดพระธรรมกายก้าวข้ามผ่านจุดที่จะล่มสลายเพราะ “ตัวบุคคล” ไปแล้ว แต่ได้กลายเป็น “ชุมชนพุทธศาสนิกชนขนาดใหญ่” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของศิษย์ (Crowd Power) ซึ่งมีทรัพยากรด้านการเงินทุนและกำลังคนมหาศาล จนกฎหมายทางโลก การยึดทรัพย์ ทำได้เพียงจำกัดพื้นที่ทางกายภาพบางส่วน แต่ไม่สามารถจำกัดพื้นที่ทางจิตวิญญาณของพวกเขาได้ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นศูนย์ร่วมจิตใจของพุทธศาสนิกชนแห่งพุทธศาสนาแห่งหนึ่งในประเทศไทย ใช่ว่าสถานที่แห่งนี้คือศูนย์รวมความโง่เขางมงาย มานั่งจุดธูปเทียนอธิฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ จากเทพเจ้า จากเทพอสูรองค์ใด ใด !!!!!

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts