วันพุธ, เมษายน 29, 2026
หน้าแรกข่าวประชาสัมพันธ์ส่องคดี “ธัมมชโย” เปรียบเทียบ “เงินทอนวัด-เสพเมถุน” ใครทำ "เนื้อนาบุญ" สั่นคลอน ศาสนายังเป็นที่พึ่งได้จริงไหม?                               

Related Posts

ส่องคดี “ธัมมชโย” เปรียบเทียบ “เงินทอนวัด-เสพเมถุน” ใครทำ “เนื้อนาบุญ” สั่นคลอน ศาสนายังเป็นที่พึ่งได้จริงไหม?                               

“ศาสนายังเป็นที่พึ่งได้จริงไหม?” เป็นคำถามที่ดังก้องในใจของพุทธศาสนิกชน ท่ามกลางข่าวการประพฤติผิดพระธรรมวินัย เช่น เงินทอนวัด การเสพเมถุน หรือการใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าขัดกับหลักสมถะ เขย่าภาพลักษณ์ “เนื้อนาบุญ” จนสั่นคลอน ขณะที่คดีความกล่าวหาวัดพระธรรมกายว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในทางกฎหมาย เมื่อ  DSI ได้แจ้งยุติการดำเนินคดี เนื่องจาก “ขาดอายุความ” สื่อให้เห็นถึงการขาดพยานหลักฐานอันมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ นั่นทำให้ “ธัมมชโย” และ “วัดพระธรรมกาย” ยังคงได้รับความศรัทธาอย่างเหนียวแน่นจากศิษยานุศิษย์ และเชื่อมั่นว่าศาสนายังเป็นที่พึ่งได้จริง”  

คำถามที่ดังก้องในใจของพุทธศาสนิกชนวันนี้คือ “ศาสนายังเป็นที่พึ่งได้จริงหรือ?” ท่ามกลางข่าวการประพฤติผิดพระธรรมวินัย เช่น เรื่องเงินทอนวัด การเสพเมถุน หรือการใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าขัดกับหลักสมถะ เขย่าภาพลักษณ์ “เนื้อนาบุญ” จนสั่นคลอน ภาพของพระสงฆ์ที่เคยดูศักดิ์สิทธิ์บนธรรมาสน์ ถูกฉายซ้ำผ่านหน้าจอในมุมที่ต่างออกไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวฉาวรายวันคือแผลสดที่กระทบใจชาวพุทธอย่างรุนแรง ภาพลักษณ์ของการสละกิเลสถูกแทนที่ด้วยข่าวการประพฤติผิดวินัยร้ายแรง ทั้งเรื่องอื้อฉาวทางเพศ การสะสมความมั่งคั่ง หรือไลฟ์สไตล์หรูหราที่ขัดต่อสมณเพศ

ตัดภาพมาอีกด้าน ปรากฏการณ์ของวัดพระธรรมกาย หลังจากการเผชิญกับคดีความและเหตุการณ์เข้าควบคุมพื้นที่โดยภาครัฐในช่วงหลายปีก่อน วัดพระธรรมกายไม่ได้หายไป แต่ยังเผชิญหน้าด้วยเชื่อมั่นในความถูกต้อง คดีความที่เป็นชนวนเหตุสำคัญอย่าง “คดีฟอกเงินและรับของโจร” ที่วัดพระธรรมกายถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในทางกฎหมายเมื่อช่วงเดือนมีนาคม  2569 ที่ผ่านมา โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้แจ้งยุติการดำเนินคดีเนื่องจาก “ขาดอายุความ” การหมดอายุความของคดี สื่อให้เห็นถึงการขาดพยานหลักฐานอันมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ นั่นทำให้ “ธัมมชโย” และ “วัดพระธรรมกาย” ยังคงได้รับความศรัทธาอย่างเหนียวแน่นจากศิษยานุศิษย์

แม้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาต่างๆที่ถาโถมเข้าใส่ แต่วัดพระธรรมกายยังให้การสนับสนุนคณะสงฆ์และวัดต่างๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่าน “มูลนิธิธรรมกาย” ให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงวัดในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างเป็นรูปธรรม รวบรวมปัจจัยจากการบริจาคของสาธุชนทั่วโลก มอบเป็นทุนสนับสนุนการดำเนินงานของวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดที่ขาดแคลนงบประมาณการบูรณะซ่อมแซมหรือจัดกิจกรรมทางศาสนา กลายเป็น Logistics แห่งบุญ ส่งไปยังวัดในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และพื้นที่ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ ช่วยให้พระสงฆ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยสามารถดำรงสมณเพศอยู่ได้โดยไม่ต้องออกไปบิณฑบาตในพื้นที่อันตราย เป็นการยืนยันว่าชาวพุทธทั่วโลกยังคงอยู่เคียงข้างคณะสงฆ์

วัดพระธรรมกายยังทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับวัดต่างๆ ผ่าน ศูนย์อบรมทั่วประเทศ ที่มีการใช้พื้นที่ของวัดเครือข่ายและวัดที่เป็นศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดเป็นสถานที่บวชและอบรม ส่งพระอาจารย์และทีมงานไปช่วยวางระบบการอบรม มอบสื่อการเรียนการสอน และงบประมาณในการบริหารจัดการ เพื่อให้วัดในท้องถิ่นสามารถจัดงานด้านศาสนาได้อย่างมีมาตรฐาน รวมทั้งการมอบทุนสนับสนุนให้แก่สำนักเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ ส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรได้ศึกษาเล่าเรียน ทั้งแผนกธรรมและบาลี เพื่อเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาในระยะยาว

หลวงพ่อธัมมชโย มีบทบาทสำคัญและเป็นเอกลักษณ์อย่างมากในหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาร่วมสมัยของไทย นำแนวคิดการบริหารจัดการสมัยใหม่ มาใช้กับวัดพระธรรมกาย ด้วยเทคโนโลยีสื่อสารเผยแผ่ธรรมะไปทั่วโลก คำสอนที่เน้น “ความง่าย” ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยการใช้คำบริกรรมที่จำง่ายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ประกอบกับบุคลิกภาพของหลวงพ่อธัมมชโยถือเป็นจุดเด่นสำคัญ คือ ความนิ่งสงบ สำรวม นุ่มนวล และใช้ภาษาพูดที่ไพเราะ กลายเป็นมาตรฐานที่ศิษยานุศิษย์ยึดถือตาม “นวัตกรรมการเผยแผ่ศาสนา” และ “วิถีปฏิบัติ” ที่น่าสนใจ กลายเป็นจุดแข็งทำให้วัดพระธรรมกายแตกต่างจากวัดอื่นอย่างสิ้นเชิง ด้วย 3 ประเด็นหลัก คือ

1. การทำเรื่อง “นามธรรม” ให้เป็น “รูปธรรม” วัดพระธรรมกายใช้หลัก “วิชชาธรรมกาย” เปลี่ยนให้เป็นภาพที่ชัดเจน ด้วยการกำหนดจุดรวมใจไว้ที่กลางท้อง และการนึกถึง “ดวงแก้ว” หรือ “องค์พระ” ที่ใสสว่าง การมี “ภาพ” ให้ยึดเกาะทำให้เข้าถึงสมาธิได้ง่ายกว่าการบริกรรมคำเปล่าๆ นี่คือแก่นที่ตอบโจทย์พุทธศาสนิกชนยุคใหม่ที่ต้องการ Step-by-Step

2. หลักการ “ความสะอาดและความเป็นระเบียบ” วัดพระธรรมกายยึดถือหลัก “ความดีสากล 5 ประการ” ซึ่งเป็นแก่นที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือ 1.ความสะอาดของสถานที่ปฏิบัติธรรม 2.ระเบียบของผู้ปฏิบัติธรรม 3.การแสดงออกที่สุภาพ 4.การตรงต่อเวลา และ 5.การสร้างสมาธิ เป็นการนำ “ศีล” มาประยุกต์ให้เป็น “Lifestyle” อย่างเห็นผลทันทีในโลกปัจจุบัน

ในขณะที่การปฏิบัติธรรม แนวทางของวัดพระธรรมกายใช้แก่นเรื่อง “การสร้างบารมีไปพร้อมกัน” ทำให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกว่าตนเองไม่ได้สู้กับกิเลสเพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพธรรมที่ยิ่งใหญ่ เป็นการนำ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” หรือ การหมุนกงล้อแห่งธรรม มาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย

สำหรับศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกาย พวกเขาเชื่อมั่นว่า “ศาสนายังเป็นที่พึ่งได้จริง”  ด้วยความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อและองค์กร โดยมองว่าข้อกล่าวหาต่อวัดพระธรรมกายคืออุปสรรคที่มาทดสอบศรัทธา เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ศรัทธาไม่สั่นคลอน เป็น “ความเชื่อมั่นที่จับต้องได้” ต่างกับคดีเงินทอนวัด การเสพเมถุน หรือการใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าที่กำลังสั่นคลอนพุทธศาสนา   และเป็น “สัญญาณเตือน” ให้คณะสงฆ์ต้องปฏิรูป เพื่อกลับมาเป็นที่พึ่งทางปัญญาแก่สังคมได้อย่างแท้จริงในโลกยุคใหม่

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts