ในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๙ มีการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ โดยมีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณา ทั้งสิ้นจำนวน ๙๒๐ ราย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ การพักการลงโทษกรณีปกติจำนวน 859 ราย ไม่เห็นชอบ จำนวน 49 ราย รอไว้ จำนวน 2 ราย และเห็นชอบพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ จำนวน 10 ราย
โดยในจำนวนนี้ คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร และมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ โดยมีเหตุผลให้ได้รับการพักการลงโทษ ดังนี้ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๕๒ (7) กฎกระทรวงฯ กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.๒๕๖๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๔ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการนำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และการได้รับการแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ มาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ ประกอบกับมีเหตุผลพิเศษสนับสนุนการใช้ดุลยพินิจพิจารณาสามารถผ่อนปรนให้ได้รับการพักการลงโทษด้วยเหตุผล มีอายุตั้งแต่ ๗๐ ปีขึ้นไป เหลือโทษจำต่อไปไม่เกิน ๑ ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยจนน่าเชื่อว่าสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น และมีผลการประเมินตามแบบประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย ซึ่งนายทักษิณฯ จะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เป็นต้นไป
ทั้งนี้นายทักษิณฯ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนด จนกว่าจะพ้นโทษ
ขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมเผยแพร่ข่าว
29 เมษายน 2569




