วันพุธ, พฤษภาคม 6, 2026
หน้าแรกอาชญากรรม“บิ๊กเต่า” ชี้แจง ”โทน บางแค” ร้อง ผบ.ตร.และแจ้งความ ถูกขู่ใช้หนี้ ย้ำทำหน้าที่แค่คนกลาง ไม่ใช้อำนาจข่มขู่

Related Posts

“บิ๊กเต่า” ชี้แจง ”โทน บางแค” ร้อง ผบ.ตร.และแจ้งความ ถูกขู่ใช้หนี้ ย้ำทำหน้าที่แค่คนกลาง ไม่ใช้อำนาจข่มขู่

“บิ๊กเต่า”ตอบกลับ “โทน บางแค” เล่าหนังคนละม้วน แม้จะแจ้งความไม่หวั่น ยัน ไม่ได้ค่าคอม 30% พร้อมแฉขบวนการเวียนพระ เซียนกระดาษเปล่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาโทนกับพวกรวม 3 คน จาก 9 คน จับตาพรุ่งนี้ ’มาดามเก่ง‘ ผู้เสียหายตั้งโต๊ะแถลง ความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 พ.ค.69 ที่ชั้น 16 อาคารพิทักษ์สันติ บก.ปปป.กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงกรณีที่ถูก “โทน บางแค” ไปร้องทุกข์ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สน.พหลโยธิน กล่าวหา ทำให้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้วาระการแต่งตั้งประจำปี 2569 ดังนั้น ตนเองก็จะสงวนสิทธิ์ด้วยการปรึกษาฝ่ายกฎหมายพิจารณาฟ้องกลับหรือไม่อย่างไร แต่ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของนายโทน

โดยเรื่องนี้ เริ่มจากต้นปี 2568 มาดามเก่ง หรือ นางสาว ดรณ์ มาร้องขอความเป็นธรรม ถูกกลุ่มเซียนพระ 9 คน รวมนายโทน บางแค ฉ้อโกงหลอกขายพระเครื่อง ในห้วงระยะเวลาปี 2568-2569 มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท โดยพฤติการณ์กลุ่มนี้จะทำทีขอเข้าไปเช่าพระเครื่องในราคา 10 ล้านบาท ด้วยการจ่ายเช็คค้ำประกันไว้ แล้วขอพระเครื่องไปก่อน แล้วจะมีอีกกลุ่มหนึ่ง มาขอเช่าพระเครื่องในราคาที่สูงกว่า แล้วจ่ายเช็คค้ำประกันไว้ด้วยราคาที่สูงกว่า จนทำให้ 2 กลุ่มนี้แกล้งทะเลาะกัน จึงเอาพระเครื่องไปจำนำไว้ 20 ล้าน มาดามเก่งก็ไปไถ่ออกมา เพราะเกรงว่าพระเครื่องจะถูกยึด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มนี้ไปทำในลักษณะแบบนี้กับหลายคนจนพบความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท สำหรับทางคดี พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงไปแล้ว 3 คน รวมนายโทนด้วย

ส่วนกรณีที่เป็นกระแสข่าว ระหว่างนายโทนกับตน ยืนยันว่าเป็นคนละเรื่อง ซึ่งตนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้โดยประสานให้ทางผู้เสียหายและทนายความเป็นคนพูดเองในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับยืนยันว่า ที่ตนถูกครหาว่าได้รับค่าคอมมิชชั่นในการทวงหนี้ 30% ไม่เป็นความจริง ส่วนเหตุการณ์วันที่ 17 เมษายน ยืนยันตนไม่ได้เรียกนายโทนมา เพียงแค่นายโทนเป็นคนประสานมาเอง เพื่อให้ตนเป็นคนกลางคอยเจรจาไกล่เกลี่ย

ระหว่างทั้งสองฝ่าย รวมแล้ว 6-7 คน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้บังคับขู่เข็ญ และไม่เคยพูดกับโทนว่า “ถ้าไม่พร้อมคุย ก็เดินออกไปได้เลย” แต่ตนพูดว่า “ถ้าไม่พร้อมคุยก็กลับได้เลย” เพราะต้องการความสมัครใจในการไกล่เกลี่ย ซึ่งผลการเจรจาวันนั้นไม่จบ เพราะนายโทนบอกว่า ไม่มีทรัพย์สินอะไรแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่าโทน ยังมีทรัพย์สินหลายรายการรวมแล้วกว่า 60 ล้านบาท กระทั่งวันที่ 24 เมษายน ทนายโทน นำกระเป๋า แบรนด์เนม 5-6 ใบ และทะเบียนรถยนต์เลขหรู ซึ่งมีมูลค่ำต่ำกว่าราคาเช็คค้ำประกัน ก็เลยทำให้การเจรจาไม่เป็นผลอีกครั้ง

ส่วนเรื่องที่นายโทน จะรับงานใครมาหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานที่ไม่ตรงกับนายโทนเล่า พร้อมทั้งฝากไปถึงประชาชน ถ้าหากเจองูพร้อมกับเซียนพระกลุ่มนี้ ก็ขอให้ตีเซียนพระก่อน เพราะเป็นเซียนกระดาษเปล่า

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts