วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 7, 2026
หน้าแรกอาชญากรรม"โทน บางแค” เปิดใจครั้งสุดท้าย ยันไม่หนีคดี พร้อมพิสูจน์ความจริง ยอมรับเป็นหนี้มาดามเก่งกว่า 800 ล้าน แต่ยืนยันใช้คืนทุกบาท

Related Posts

“โทน บางแค” เปิดใจครั้งสุดท้าย ยันไม่หนีคดี พร้อมพิสูจน์ความจริง ยอมรับเป็นหนี้มาดามเก่งกว่า 800 ล้าน แต่ยืนยันใช้คืนทุกบาท

“โทน บางแค” เปิดใจครั้งสุดท้าย ยันไม่หนีคดี พร้อมพิสูจน์ความจริง ยอมรับเป็นหนี้มาดามเก่งกว่า 800 ล้าน แต่ยืนยันใช้คืนทุกบาท ปัดใช้ช่องโหว่กฎหมายเอาเปรียบเจ้าหนี้ และโต้กลับกรณีเช็คเด้งเป็นกิโลว่าไม่ใช่ของตน พร้อมย้อนคำพูด “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว” ยอมรับทำธุรกิจกับนักธุรกิจค้าดอก

เวลา 11.00 น.วันที่ 7 พ.ค.69 ที่ บช.ก. นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.เพื่อนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวและการกล่าวอ้างจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีขบวนการเซียนพระร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

โดยยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ร้อนตัวที่เข้ามาก่อน แต่เป็นการแสดงว่าตนไม่ได้หลบหนี และพร้อมเข้าสู่ขบวนการ หลังจากที่ได้รับข้อมูลจากการแถลงข่าวของมาดามเก่ง และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่าตนเองถูกดำเนินคดีเป็นรายที่ 3 จากการสอบถามพนักงานสอบสวนวันนี้แจ้งว่ายังไม่ยืนยันว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหากับตนเอง ตนเลยอยากบอกว่าตนพร้อมให้ความร่วมมือหากมีการดำเนินคดีกับตนเอง / นอกจากนี้บุคคลที่ถูกเอ่ยชื่อตามสื่อต่างๆก็พร้อมเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เบื้องต้นมีมากกว่า 9 คน และยืนยันว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้

ส่วนกรณีการชี้แจงของมาดามเก่งยอมรับว่ามีบางส่วนที่ตรงกันและบางส่วนที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะตัวเลขหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้จริงกว่า 800 ล้านบาท มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องจนถึงปี 2573 และตนได้จ่ายล่วงหน้าไปจนถึงปี 2570 แล้ว

ตั้งแต่ปี 2565 ที่ตนเริ่มรู้จักกับมาดามเก่งผ่านคนสนิทที่เป็นเซียนพระคนหนึ่ง เริ่มจากการที่มาดามเก่งเข้ามาเพื่อเสนอขายรถ และเซียนพระคนนี้อยู่ในทุกเหตุการณ์ โดยตรงมีการใช้หนี้ไปแล้วกว่า 500 ล้านบาทเหลือหนี้อีก 300 ล้านบาท และตนเองได้มีการทำสัญญาครบถ้วน แต่ยอมรับว่าช่วงดังกล่าวมีเช็คเด้งจริงแต่เคลียร์กันจบแล้ว แต่ที่มาดามเก่งอ้างว่าเช็คเด้งเป็นกิโลไม่ใช่ของตนเอง ตรวจสอบได้ / ส่วนกรณีที่บอกว่าตนเอาทรัพย์สินค้ำประกันมึงมีมูลค่าต่ำกว่าเงินกู้ยืมนั้น ยืนยันว่า ตึกที่ใช้ในการค้ำประกันมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท เพราะตนเป็นคนซื้อและตกแต่งเอง แต่คนประเมินกับประเมินราคาต่ำกว่ามาตรฐาน / ก่อนจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ เพิ่มวงเงินอีก 20 ล้านบาท และเปลี่ยนรูปแบบจากการจำนองเป็นสัญญาเช่าซื้อแทน โดยมีการผ่อนชำระกับมาดามเก่ง // ซึ่งเรื่องนี้ตนเองไม่ได้กังวลเพราะ เงินที่ยืมมาดามเก่งไปก็เอาไปลงทุนในธุรกิจ ซึ่งการที่มาดามเอาเงินมาให้เพราะหวังดอกเบี้ย เพราะมาดามเก่งเป็นนักธุรกิจค้าดอกเบี้ย ซึ่งเรื่องนี้คนในวงการก็รู้อยู่แล้ว / และที่มาดามเก่งบอกว่าตนเองเอารถ Bentley ไปใช้ ยืนยันว่าตนเป็นคนซื้อและมีการผ่อนชำระไปจนหมดแล้ว รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆที่เป็นแบรนด์เนมทุกอย่างด้วย

สำหรับยอดหนี้ 180 ล้านที่มีการนำพระเครื่องไปค้ำประกันโดยมีการอ้างว่ามีมูลค่าสูงถึง 400-500 ล้านบาท ซึ่งในวันนั้นมีเซียนพระเข้าไปประเมินมูลค่าด้วย ชื่อ กมล ตี๋ตื่น ซึ่งตนมองว่า 2 คนนี้เป็นมากกว่าคนสนิทและเพื่อน เพราะวันเกิดเหตุเซียนพระคนนี้เป็นคนจดทุกอย่างว่าราคาเท่าไหร่ ตนมีหน้าที่เซ็นรับสภาพหนี้เท่านั้น

นอกจากนี้นายทุนยังเล่าเหตุการณ์วันที่ 17 เมษายน / ซึ่งก่อนหน้านี้ มันมีกระแสข่าวว่าตำรวจจะออกหมายจับเซียนพระ และเพื่อนของตนก็มาบอกว่า ตนคือหนึ่งในนั้น ตนมองว่าไม่ต้องให้ทางตำรวจมาหา แต่ตนจะเข้าไปหาตำรวจเอง จึงได้ประสานป๋อง สุพรรณ ที่สนิทกับบิ๊กเต่า เพื่อขอพบแบบตัวต่อตัว แต่มีการประสานไปถึง 2 ครั้งไม่มีการตอบรับ จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน ป๋แง สุพรรณได้โทรศัพท์มาหาตน พร้อมแจ้งว่า “ไอ้เต่าให้ไปพบที่สำนักงาน มีอะไรก็ไปคุยกับมันเคลียร์ให้มันจบไป” ส่วนเหตุผลที่อยากเข้าพบบิ๊กเต่า เพราะอยากอธิบายในประเด็นหนี้สินต่างๆ แต่ปรากฏว่าที่สำนักงานบิ๊กเต่ามีคู่กรณีอยู่ด้วยวันนั้นการเจรจาจึงล้มเหลว

พร้อมยืนยันว่าการรู้จักกับมาดามเก่งไม่เคยคุยธุรกิจในวงเหล้า ทุกการทำธุรกิจกับมาดามเก่งมีทนายความร่วมรับรู้ และมีการทำสัญญาทุกครั้ง ไม่ได้ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเล่นงานเจ้าหนี้ พร้อมย้ำว่า เป็นหนี้ก็ต้องใช้คืนทุกบาท

ช่วงท้าย นายโทนกล่าวฝากถึงมาดามเก่งว่า ยังรักและเคารพเหมือนเดิม และยืนยันว่าจะชดใช้หนี้ทั้งหมดตามสัญญา พร้อมทิ้งท้ายว่า “เราไม่ควรมาเจอกันที่ชั้น 27 ในวันนั้น” ก่อนย้อนคำพูดของมาดามเก่งว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว”

เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่าวันนี้บิ๊กโจ๊กได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำเช่นกัน ได้เดินสวนกันหรือได้เจอกันหรือไม่ นายโทน บอกว่า ไม่ได้เจอและไม่รู้จักกัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts