วันจันทร์, พฤษภาคม 11, 2026
หน้าแรกข่าวประชาสัมพันธ์     40,000 วัด “จ่าย 400 ล้าน”  เรื่องจิ๊บๆ “สำหรับศิษย์ธรรมกาย”   เมื่อคนหลายล้านคน “ร่วมบุญ”  ส่งต่อ...

Related Posts

     40,000 วัด “จ่าย 400 ล้าน”  เรื่องจิ๊บๆ “สำหรับศิษย์ธรรมกาย”   เมื่อคนหลายล้านคน “ร่วมบุญ”  ส่งต่อ “ปัจจัย” สู่พุทธสถานทั่วไทย

หัวใจสำคัญของโครงการ มหาสังฆทานคือ การอาราธนานิมนต์ตัวแทนพระภิกษุสงฆ์จาก 40,000 วัดทั่วไทย รวมถึงพระสงฆ์จากพื้นที่เสี่ยงภัย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เดินทางมารวมตัวกัน ณ สภาธรรมกายสากล หรือ มหาธรรมกายเจดีย์  โดยสาธุชนจะได้ร่วมกันประเคนของถวายแด่คณะสงฆ์โดยตรง ซึ่งเป็นโอกาสยากที่พุทธศาสนิกชนจะได้ทำบุญกับพระสงฆ์จำนวนมากเช่นนี้ในคราวเดียว เป็นหนึ่งในงานบุญที่รวมพระสงฆ์ไว้มากที่สุดในโลก กิจกรรมนี้ถือเป็นกลไกในการ “กระจายทรัพยากร” จากส่วนกลางที่มีกำลังทรัพย์สูง ไปสู่พื้นที่ห่างไกลและชนบทที่ยังขาดแคลน ช่วยให้วัดเล็ก ๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัดมีปัจจัยเพียงพอในการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด ช่วยกันประคับประคองพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป บางคนตั้งข้อสังเกตว่าการจัดงานใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้งบประมาณขั้นต่ำ 400 ล้านบาท ซึ่งวัดพระธรรมกายมีพุทธศาสนิกชนศรัทธาจำนวนมหาศาล แค่บริจาคคนละ 100 บาทก็ได้นับพันล้านแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือการนำเงินปัจจัยเหล่านี้ไปใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สมกับความตั้งใจของสาธุชน เมื่อเปรียบเทียบกับวัดดังๆในไทยที่ยอดบริจาคแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อยๆ จนพระบางรูปร่ำรวยนำไปปรนเปรอกามกิเลสของตนเอง มีเมีย ดื่มเหล้า จัดปาร์ตี้ในวัด สีกาหรือผู้ใกล้ชิดร่ำรวยมหาศาลจากเงินทำบุญ หรืออยู่ใกล้กับเงินกองทุนวัด แถมไม่มีความโปร่งใส เรื่องนี้ต่างหากที่กลายเป็นข้อเปรียบเทียบทำให้จำนวนผู้ศรัทธาวัดพระธรรมกายยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ในแวดวงพุทธศาสนิกชนไทย หนึ่งในภาพงานบุญที่ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจที่สุด คือภาพของพระภิกษุสงฆ์หลายหมื่นรูปเดินทางมารวมตัวกันเพื่อรับมหาสังฆทาน ณ วัดพระธรรมกาย กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทำบุญทั่วไป แต่เป็นปรากฏการณ์แห่งความศรัทธาที่จัดขึ้นควบคู่กับวันสำคัญ เช่น วันคุ้มครองโลก (22 เมษายน) หรือ พิธีฉลองชัยสวดธรรมจักร เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนทางพระพุทธศาสนาในระดับโลก

หัวใจสำคัญของโครงการ มหาสังฆทาน ไม่ใช่การที่ทางวัดพระธรรมกายเดินทางไปตามวัดต่าง ๆ แต่คือ การอาราธนานิมนต์ตัวแทนพระภิกษุสงฆ์จาก 40,000 วัดทั่วไทย รวมถึงพระสงฆ์จากพื้นที่เสี่ยงภัย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เดินทางมารวมตัวกัน ณ สภาธรรมกายสากล หรือ มหาธรรมกายเจดีย์  โดยสาธุชนจะได้ร่วมกันประเคนของถวายแด่คณะสงฆ์โดยตรง ซึ่งเป็นโอกาสยากที่พุทธศาสนิกชนจะได้ทำบุญกับพระสงฆ์จำนวนมากเช่นนี้ในคราวเดียว

โครงการนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในงานบุญที่รวมพระสงฆ์ไว้มากที่สุดในโลก ในมิติเชิงเศรษฐกิจและสังคม กิจกรรมนี้ถือเป็นกลไกในการ “กระจายทรัพยากร” จากส่วนกลางที่มีกำลังทรัพย์สูง ไปสู่พื้นที่ห่างไกลและชนบทที่ยังขาดแคลน ช่วยให้วัดเล็ก ๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัดมีปัจจัยเพียงพอในการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด การถวายมหาสังฆทาน 40,000 วัด จึงมิใช่เพียงเรื่องของสถิติความยิ่งใหญ่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือร่วมใจของพุทธบริษัทสี่ ที่จะช่วยกันประคับประคองพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป

บางคนตั้งข้อสังเกตว่าการจัดงานใหญ่ขนาดนี้ จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ยกตัวอย่าง หากนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 40,000 วัด ถวายปัจจัยวัดละ 10,000 บาท ต้องใช้งบประมาณขั้นต่ำ 400 ล้านบาท ซึ่งวัดพระธรรมกายมีพุทธศาสนิกชนศรัทธาจำนวนมหาศาล แค่บริจาคคนละ 100 บาทก็ได้นับพันล้านแล้ว แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือการนำเงินปัจจัยเหล่านี้ไปใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สมกับความตั้งใจของสาธุชน

โครงการ มหาสังฆทาน เป็นการตอบโจทย์อย่างตรงจุด เพราะสิ่งที่ถวายในโครงการนี้ถูกคัดสรรมาเพื่อการใช้งานจริงในวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย ปัจจัย (เงินบริจาค) สำหรับบริหารจัดการภายในวัด เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และงบประมาณในการซ่อมแซมวัดที่ชำรุดทรุดโทรม เวชภัณฑ์ ชุดยารักษาโรคที่จำเป็น เพื่อดูแลสุขภาพพระสงฆ์ในพื้นที่ห่างไกลและ สื่อการเรียนรู้ สื่อธรรมะต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้เป็นอุปกรณ์ในการเผยแผ่ศีลธรรมสู่ชุมชนในท้องถิ่นของตน

เมื่อเปรียบเทียบกับวัดดังๆในไทยที่ยอดบริจาคแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อยๆ จนพระบางรูปร่ำรวยนำไปปรนเปรอกามกิเลสของตนเอง มีเมีย ดื่มเหล้า จัดปาร์ตี้ในวัด สีกาหรือผู้ใกล้ชิดร่ำรวยมหาศาลจากเงินทำบุญ หรืออยู่ใกล้กับเงินกองทุนวัด แถมไม่มีความโปร่งใส กลายเป็นข้อเปรียบเทียบทำให้จำนวนผู้ศรัทธาวัดพระธรรมกายยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่กิจกรรม “มหาสังฆทาน” สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับวัดพระธรรมกายอย่างมิอาจต้านทาน

การที่วัดพระธรรมกายยิ่งใหญ่ โด่งดังไปทั่วโลก เทียบเท่าศาสนาอื่นๆที่มีผู้ศรัทธามากมายเช่นกัน จึงเป็นข้อดีที่ทำให้พุทธศาสนาได้เผยแผ่ธรรมะได้ดี สร้างความเลื่อมใสไปทั่วโลก พุทธศาสนาได้รับการยอมรับ เช่น ศาสนาอิสลาม หรือ  ศาสนาคริสต์ ไม่ดีหรือ..เพราะทุกศาสนาล้วนสอนให้คนทำดี เราควรช่วยกันทำนุบำรุงสถาบันที่สอนให้คนทำความดี ไม่มัวเมาอบายมุข ลุ่มหลงในไสยเวท ไสยศาสตร์ อันเป็นศาสตร์ที่พระพุทธเจ้าไม่สงเสริม..ไม่ใช่หรือ?

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts