วันเสาร์, พฤษภาคม 16, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมทีมทนายวัดนาป่าพงเตรียมแถลงใหญ่ปม “เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานหรือไม่” ด้าน “ทนายอนันต์ชัย” ขอรอดูข้อมูลก่อนเคลื่อนไหว

Related Posts

ทีมทนายวัดนาป่าพงเตรียมแถลงใหญ่ปม “เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานหรือไม่” ด้าน “ทนายอนันต์ชัย” ขอรอดูข้อมูลก่อนเคลื่อนไหว

ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงานความคืบหน้ากรณีพระคึกฤทธิ์ โสตถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาความผิดตามมาตรา 147 และมาตรา 157 ยักยอกเงินวัด ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นักกฎหมายอย่างกว้างขวาง

ล่าสุดทางเพจ “พุทธวจนเรียล” ได้โพสต์เชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนร่วมฟังการแถลงข่าวใหญ่จากทีมทนายความวัดนาป่าพง ในหัวข้อ “ภิกษุกับการเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30 น. นี้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนชี้แจงว่า พระอาจารย์คึกฤทธิ์ได้เซ็นรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ฝ่ายกฎหมายได้ยื่นเรื่องโต้แย้งในข้อหาตามมาตรา 157 โดยชูประเด็นสำคัญว่า “เจ้าอาวาสถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่?”

ทางทนายความอ้างอิง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 45 ที่ระบุว่า พระภิกษุที่ถือเป็นเจ้าพนักงานต้องได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ เช่น เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด อำเภอ หรือตำบล ส่วนตำแหน่ง “เจ้าอาวาส” มีอำนาจเพียงบริหารกิจการภายในวัด ไม่ได้มีอำนาจปกครองคณะสงฆ์ จึงไม่เข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และไม่ควรถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157

นายนันทน ยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพระบางรูปเป็นเจ้าพนักงาน แต่คดีเหล่านั้นพระรูปดังกล่าวมีตำแหน่งปกครองอื่นควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่เพียงเจ้าอาวาสอย่างเดียว พร้อมระบุว่าคดีนี้อาจเป็น “คดีแรก” ที่จะมีการต่อสู้ในประเด็นนี้อย่างจริงจัง ซึ่งหากศาลตีความว่าเจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าพนักงาน จะส่งผลกระทบต่อเจ้าอาวาสวัดกว่า 4,0000 แห่งทั่วประเทศทันที ฝ่ายทนายจึงเรียกร้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และมหาเถรสมาคม ออกมาชี้แจงสถานะที่ชัดเจนเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ส่วนประเด็นเรื่องการเปิดบัญชีวัดในช่วงปี 2554-2559 ทนายความชี้แจงว่า กฎระเบียบของมหาเถรสมาคมเพิ่งออกมาบังคับใช้ในปี 2568 จึงไม่สามารถนำมาบังคับใช้ย้อนหลังได้ ส่วนเรื่องการจ่ายเงินโบนัสให้พนักงานวัด 4 คน เฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาท มองว่าเป็นค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับงาน แต่อย่างไรก็ดี พร้อมชี้แจงเส้นทางการเงินกับพนักงานสอบสวนอย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ ทนายความยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าพระอาจารย์คึกฤทธิ์มีอาการเครียด โดยยืนยันว่าบรรยากาศการสอบสวนเป็นไปด้วยดี และที่ท่านไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพราะต้องการเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคู่กรณี

ทั้งนี้ ตนพร้อมที่จะไปออกรายการและดีเบตทางกฎหมาย โดยเฉพาะรายการ “โหนกระแส” หากได้รับการเชิญ

ในส่วนของการดำเนินคดีกลับ ทางทีมทนายเตรียมฟ้องร้องกลุ่มบุคคลที่นำข้อมูลส่วนบุคคลและเส้นทางการเงินของลูกศิษย์วัดกว่า 30 คนไปเผยแพร่จนเกิดความเสียหาย รวมถึงกรณีการกล่าวหาเรื่องการใช้เงินทำคดีในเยอรมนี 42 ล้านบาท และค่าทนาย 20 ล้านบาท ซึ่งยืนยันว่าเป็นข้อมูลบิดเบือน โดยได้ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทไปแล้ว และศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในเดือนกรกฎาคมนี้ ย้ำหากพบการร้องเรียนเท็จจะดำเนินคดีกลับอย่างเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน ด้าน ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เจ้าของฉายา “ทนายกระดูกเหล็ก” แห่งทนายกองทัพธรรม ซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็นเงินโบนัสวัดนาป่าพง ได้เปิดเผยสั้น ๆ ถึงกรณีดังกล่าวว่า “ในขณะนี้ยังไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ขอนิ่งดูสถานการณ์และรอให้ทางวัดนาป่าพงตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อน จากนั้นตนจึงจะนำข้อมูลมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะออกมาให้ความเห็นต่อสื่อมวลชนต่อไป”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts