สังคมยังคงร้อนระอุ เมื่อ “น้องปรียาพัชร” สาวสองวัย 30 ปี ถูกคนร้ายใช้มีดปาดคอจนหลอดลมเกือบขาด เลือดไหลนองเต็มห้องพัก อาการสาหัสปางตาย ท่ามกลางกระแสข่าวว่า ชนวนเหตุอาจเริ่มจากเงินเพียง 700 บาท — แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า อาจมีปมลึกกว่านั้น
นาทีชีวิต! ช้ากว่านี้ไม่กี่นาที อาจเสียชีวิตคาที่
หลังรับแจ้งเหตุ ร.ต.อ.สนธยา ขนทรัพย์ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา รีบประสานกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นำสายตรวจ ชุดสืบสวน และกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ เข้าช่วยเหลือทันที
เจ้าหน้าที่เผยว่า สภาพภายในห้องเต็มไปด้วยคราบเลือดจำนวนมาก บาดแผลบริเวณลำคอถือเป็นจุดอันตรายถึงชีวิต หากช้ากว่านี้เพียงไม่กี่นาที เหยื่ออาจเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล
ทีมกู้ภัยต้องเร่งห้ามเลือด ประคองสัญญาณชีพ และนำส่งโรงพยาบาลเมืองพัทยาอย่างเร่งด่วน จนสามารถยื้อชีวิตไว้ได้อย่างหวุดหวิด
ตำรวจล็อกเป้า “บอส” เร่งล่าตัว
ความคืบหน้าทางคดี ร.ต.อ.ธนาธิป จิตอารี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา พร้อมชุดสืบสวน ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพบภาพชายต้องสงสัยชื่อ “บอส” หรือ นายอภิสิทธิ์ อายุ 23 ปี
ภาพจากกล้องวงจรปิดจับได้ว่า ผู้ต้องสงสัยรีบวิ่งออกจากห้องพักหมายเลข 3 ชั้น 3 ในช่วงเวลาประมาณ 21.38 น. ก่อนหลบหนีไปอย่างมีพิรุธ
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งดีเอ็นเอและลายนิ้วมือ เพื่อขออนุมัติหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินคดี
คาดหลบหนีไปพื้นที่อีสานใต้
มีรายงานว่า ชุดสืบสวนได้ประสานตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นจุดหลบหนีของผู้ต้องสงสัย
เจ้าหน้าที่เชื่อว่า การติดตามตัวใกล้เข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ และมีแนวโน้มได้ตัวในเร็ว ๆ นี้
ผู้สื่อข่าวมองว่า คดีนี้ไม่ใช่เพียงเหตุทำร้ายร่างกาย แต่สะท้อนปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะต่อกลุ่ม LGBTQ+ ที่หลายครั้งตกเป็นเหยื่อจากความไว้ใจ
ขอชื่นชมการทำงานอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ ที่ช่วยรักษาชีวิตผู้บาดเจ็บไว้ได้ทันเวลา
“เกาะติดความจริง ถล่มทรชน คืนความยุติธรรมให้สังคม”











