วันศุกร์, กันยายน 11, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมบช.ก. ผนึก ปปง.-พศ. บุกรวบ “อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์” พร้อมสีกาคนสนิท ยักยอกเงินวัดกว่า 100 ล้าน ยึดทรัพย์เฉียด 215 ล้านบาท

Related Posts

บช.ก. ผนึก ปปง.-พศ. บุกรวบ “อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์” พร้อมสีกาคนสนิท ยักยอกเงินวัดกว่า 100 ล้าน ยึดทรัพย์เฉียด 215 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ ปปง. และสำนักพุทธฯ แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างมารศาสนา บุกรวบอดีตเจ้าอาวาสวัดดังเมืองกรุงเก่า เสพเมถุนอาบัติปาราชิก พร้อมสีกาคนสนิท ร่วมกันยักยอกเงินทำบุญ-เช่าวัตถุมงคลกว่า 100 ล้านบาท กระจายฟอกเงินซื้อทรัพย์สิน ตะลึงตรวจค้น 6 จุด ยึดเงินสด ทองคำ และทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 215 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ก.ย. 69 ที่ห้องประชุมชัยจินดา ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 จำนวน 2 ราย ได้แก่

  1. พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา
  2. น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” คนสนิท

หลังสนธิกำลังตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุด ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, กรุงเทพฯ และ จ.บุรีรัมย์

แฉพฤติกรรมเสพเมถุน-ฮุบเงินวัดส่งสีกาฟอกเงิน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า พระวชิรญาณมีพฤติกรรมฉันชู้สาวกับ น.ส.ปุณยวีร์ ซึ่งไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติอย่างก้าวกระโดด จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าทั้งคู่มีพฤติกรรมเสพเมถุนกันจริง ส่งผลให้ขาดจากความเป็นพระตามหลักพระธรรมวินัย (อาบัติปาราชิก) โดยสำนักพุทธฯ และคณะสงฆ์ผู้ปกครองได้ทำการสึกให้อดีตเจ้าอาวาสไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา

นอกจากพฤติกรรมชู้สาวแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบการทุจริตทางการเงิน โดยอดีตเจ้าอาวาสเปิดรับบริจาคและให้เช่าบูชาวัตถุมงคลในนามวัด มีการออกใบอนุโมทนาบัตรถูกต้อง แต่กลับไม่นำเงินเข้าบัญชีของวัด สร้างความเสียหายเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาท ก่อนผันเงินไปให้ น.ส.ปุณยวีร์ ใช้ชีวิตหรูหรา ซื้อทาวน์เฮาส์ 2 หลัง รถยนต์หรูฟอร์จูนเนอร์ และมีเงินสดหมุนเวียนในบัญชี โดยใช้ชื่อบุตรสาวเป็น “นอมินี” ถือครองทรัพย์สินแทนเพื่ออำพรางร่องรอยการฟอกเงิน

ตะลึงของกลางยึดได้กว่า 215 ล้านบาท

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถอายัดและยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 215,229,847 บาท ประกอบด้วย:

  • จุดที่ 1 กุฏิอดีตเจ้าอาวาส (รวมมูลค่า 205,204,733 บาท):
    • เงินสด 138,308,986 บาท
    • ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ น้ำหนักกว่า 1,000 บาท (มูลค่าร่วม 70 ล้านบาท)
    • เงินฝากในบัญชีธนาคารรวมกว่า 290 ล้านบาท
  • จุดที่ 2 บ้านพัก น.ส.ปุณยวีร์ (รวมมูลค่า 10,025,114 บาท):
    • เงินสด 3,873,614 บาท
    • ทองคำน้ำหนักประมาณ 90 บาท (มูลค่ากว่า 6.1 ล้านบาท)
    • โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ, สัญญาซื้อขายที่ดิน และสมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม
    • สลากออมสิน กรมธรรม์ และเอกสารซื้อขายทองคำจำนวนมาก

แจ้งข้อหาหนักโทษสูงสุดคุกตลอดชีวิต

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาดำเนินคดีแก่ อดีตพระวชิรญาณ ในความผิดฐาน:

  • เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์แต่เบียดบังยักยอกทรัพย์ไปเป็นของตนเองโดยทุจริต (ป.อ. ม.147) ระวางโทษจำคุก 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 100,000 – 400,000 บาท
  • เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ป.อ. ม.157) ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท
  • สมคบและร่วมกันฟอกเงิน (พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ)

ส่วน น.ส.ปุณยวีร์ ถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด และสมคบกันฟอกเงิน นำตัวส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

เตือนสายบุญ โอนเข้า “บัญชีวัด-e-Donation” เท่านั้น

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ฝากเตือนพุทธศาสนิกชนว่า การร่วมทำบุญหรือบริจาคเงินแก่วัด ควรตรวจสอบว่าเป็นบัญชีที่ลงทะเบียนในนามของวัดผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรโดยตรง หลีกเลี่ยงการโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพระสงฆ์หรือบุคคลอื่น เพื่อป้องกันการทุจริต

สำหรับผู้เสียหายหรือประชาชนที่เคยโอนเงินทำบุญเข้าบัญชีส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาสรายนี้ สามารถเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ พ.ต.ท.ธนบดี ดวงจิตต์ สว.กก.1 บก.ป. โทร. 085-539-3999

(ทั้งนี้ ตามกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องหาทั้งสองรายยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล)

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Latest Posts