@ ถอดบทเรียน ECRL แลนด์บริดจ์มาเลย์
รัฐบาลมาเลเซียได้ริเริ่มโครงการเมกะโปรเจกต์ East Coast Rail Link (ECRL) ที่เป็นการต่อยอดมาจากโครงการความร่วมมือ Belt and Road Initiative : BRI โดยใช้รถไฟทางคู่ระยะทาง 665 กม. เชื่อมท่าเรือแคลง Port Klang ในฝั่งอันดามัน กับ “ท่าเรือกวนตัน”และท่าเรืออื่นๆรวม9 แห่งในฝั่งทะเลจีนใต้ โดยมี CCCC รัฐวิสาหกิจจีน เป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างเมื่อ 5 -6 ปีก่อน
รัฐบาลมาเลย์นั้นฝากความหวังไว้กับโครงการนี้มากว่า จะโค่นแชมป์สิงคโปร์ลงได้ และจะสามารถดึงสายการเดินเรือชั้นนำให้เข้ามาใช้บริการขนถ่ายลำที่ Port Klang นี้ได้
ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งก็มองว่านี่คือจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของจีนที่จะลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา ลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงในยุทธาสตร์ปิดล้อมต่างๆ ถือเป็น “หลอดเลือดสำรอง”ของจีนได้ จึงได้อัดเงินกู้จาก China Exim Bank ร่วม 50,000 ล้านริงกิต หรือราว 3.3-3.5 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันมาเลเซียให้เป็น “ทางผ่าน” ลำเลียงยุทธปัจจัย-พลังงานตรงเข้าแผ่นดินใหญ่ โดยไม่พึ่งมะละกา
ความคืบหน้าล่าสุดตาม ECRL Progress Report 2026 การก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้ว 92% พร้อมเปิดให้บริการเฟสแรกในเดือน ม.ค. 2571 จากโกตาบารูถึง Gombak และเฟสสองถึง Port Klang ม.ค. 2571
แต่รายงานที่ได้รับกลับพบว่าสายการเดินเรือชั้นนำของโลกกลับเมินการขนส่งสินค้าที่จะต้องแวะ Port Klang ที่ว่า เพราะปัญหาการขนถ่ายซ้ำซ้อนและทุกกิจกรรมล้วนส่งผ่านความเจริญไปให้จีน สายการเดินเรือส่วนใหญ่ยังคงมีกำหนดการเดินเรืออ้อมสิงคโปร์และช่องแคบมะละกาต่อไป
ด้วยเหตุผลเดียวกับที่ประเทศไทยกำลังตั้งคำถามเอากับรัฐบาลนั่นคือ การขนถ่ายซ้ำซ้อน Double handling ที่ไม่ได้ร่นระยะเวลาการขนส่งและต้นทุนลงแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับเพิ่มความเสี่ยงให้กับการขนส่งเสียมากกว่า
ผู้ให้บริการเรือสินค้ายังคงมองว่า การต้องยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นลงรถไฟที่ท่าเรือกวนตัน วิ่งข้ามคาบสมุทร แล้วยกลงเรือใหม่อีกรอบที่ท่าเรือแคลง คือการเพิ่มค่าบริการท่าเรือ 2 รอบ + คิวรถไฟ + เวลา สู้ปล่อยเรือแล่นผ่านช่องแคบมะละกาตามปกติ ที่ระบบเสถียร-ประหยัดกว่าไม่ได้
แม้โครงการยังคงดำเนินต่อไป แต่ก็มีรายงานว่ารัฐบาล Anwar Ibrahim ได้มีการเจรจากับทางปักกิ่งหลายต่อหลายรอบเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มสัดส่วนการมีส่วนร่วมของบริษัทมาเลเซียในการบริหารจัดการโครงการแลนด์บริดจ์นี้ (จากที่มาเลย์ถือหุ้นอยู่เพียง15%จีน 85%) และเพื่อลดภาระเงินกู้ที่อาจจะทำให้มาย์ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของปักกิ่งไปตลอดศก
แล้ว “โครงการแลนด์บริดจ์” 1 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลนายกอนทิน ชาญวีรกุล ปัดฝุ่นขึ้นมาดำเนินการแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยมาก่อน มีอะไรที่ “เหนือกว่า” โครงการแลนด์บริดจ์ ECRL ที่แม้แต่รัฐบาลมาเลเซียยังกุมขมับกับอนาคตที่ส่อจะมืดมน หายใจไม่ทั่วท้องหรือไม่?




