วันอาทิตย์, ตุลาคม 18, 2026
หน้าแรกสืบจากข่าวสืบวิเคราะห์ข่าวแกะรอยกลโกง “บัญชีวัด” “นอมินี-ทองคำแท่ง”...

แกะรอยกลโกง “บัญชีวัด” “นอมินี-ทองคำแท่ง” เส้นทางฟอกเงินใต้เงา “ศรัทธา”

“ปฏิบัติการไซฟอนเงิน 92 ล้าน สู่ของกลางกว่า 2,000 รายการ บทเรียนราคาแพงเมื่อ “ความศรัทธา” กลายเป็นเครื่องมืออาชญากรรมทางการเงินที่ไร้ผู้ตรวจสอบ วัดพุทไธศวรรย์จะไม่ใช่กรณีสุดท้าย หากรากฐานโครงสร้างยังคงปล่อยให้วัดเป็น “กล่องดำทางการเงิน” ทองคำแท่งและพระพุทธรูปทองคำ คือสินทรัพย์ในอุดมคติของการฟอกเงิน เพราะซื้อง่ายขายคล่อง มีตลาดรองรับชัดเจน และหากตรวจพบในบริเวณวัด ก็ยังสามารถอ้างได้ตลอดเวลาว่าเป็นของที่โยมนำมาถวายบูชา ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ทำไมถึงทำได้” แต่คือ “ทำไมโครงสร้างถึงเปิดช่องให้ทำมาได้ยาวนาน?”

ภาพการคุมตัวอดีตพระเกจิชื่อดังวัดพุทไธศวรรย์และ “สีกาคนสนิท” พร้อมของกลางเงินสด ทองคำแท่ง พระพุทธรูปทองคำ และวัตถุมงคลกว่า 2,000 รายการ อาจดูคล้ายคดีโลกวัชชะและชู้สาวทั่วไปที่ปรากฏในพาดหัวข่าวรายวัน ทว่าหากลอกเปลือกดราม่าอารมณ์ออกไป สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกคือ “โมเดลฟอกเงินระดับตำรา” ที่อาศัยจุดบอดของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เปลี่ยนเม็ดเงินบุญให้กลายเป็นขุมทรัพย์ส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบ

ต้นธารเงินมืด ทำไมวัดถึงเป็นสวรรค์ของ “กระแสเงินสดไร้ร่องรอย”

ในทางอาชญวิทยาทางการเงิน ขั้นตอนแรกของการฟอกเงินคือ การนำเงินสดเข้าสู่ระบบ สำหรับวัดที่มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านวัตถุมงคล “เงินสด” คือเส้นเลือดใหญ่ที่ไหลเวียนอยู่นอกระบบการเงินอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นตู้บริจาค ปัจจัยค่าน้ำมนต์ การทำบุญสะเดาะเคราะห์ หรือการเช่าบูชาพระเครื่องหน้าร้าน ทั้งหมดนี้รับเป็นเงินสด ไม่มีใบเสร็จรับเงินตามมาตรฐานบัญชี และไม่มีระบบบันทึกจุดขาย (POS) เชื่อมโยงภาษี

ยิ่งไปกว่านั้น วัฒนธรรมความเชื่อของไทยยังสร้าง “สุญญากาศทางนิยามทรัพย์สิน” เมื่อญาติโยมถวายซองโดยตรงแก่พระ กฎหมายและจารีตกลับไม่สามารถแยกแยะได้เด็ดขาดว่า เงินดังกล่าวถือเป็น “ศาสนสมบัติของวัด” หรือเป็น “ลาภส่วนตัวโดยเสน่หา” ช่องโหว่นี้ทำให้เงินสดจำนวนหลายสิบล้านถูกคัดแยกออกจากบัญชีกลางของวัดได้ตั้งแต่ต้นทาง โดยไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม

ถอดสูตร 3 จังหวะ จาก “ตู้บริจาค” สู่ “ขุมทองในเซฟ”

จากการแกะรอยพฤติการณ์ในคดี พบรูปแบบการเปลี่ยนสภาพเงิน ที่ดำเนินไปอย่างมีแบบแผนใน 3 ขั้นตอน คือ 1. ไซฟอนเงินสด รวบรวมเงินสดจากตู้บริจาคและการจำหน่ายวัตถุมงคล นำเข้าเก็บไว้ในกุฏิโดยตรง ไม่นำฝากเข้าบัญชีวัดในนามนิติบุคคล เป็นการตัดตอนข้อมูลทางบัญชีไม่ให้ไวยาวัจกรหรือกรรมการวัดรับรู้ตั้งแต่ต้นน้ำ 2. นอมินีตัดตอน ส่งมอบเงินสดให้ “สีกาคนสนิท” ทยอยนำฝากเข้าบัญชีส่วนตัว หรือกระจายเข้าบัญชีเครือญาติเพื่อซื้อสินทรัพย์ ตัดเส้นทางธุรกรรม ตัวพระไม่ต้องออกหน้าทำนิติกรรม เลี่ยงการตรวจสอบของ พศ. และ 3. แปรสภาพเป็นทอง แปลงเงินสดเป็น “ทองคำแท่ง-พระพุทธรูปทองคำ” และกว้านซื้อวัตถุมงคลหายาก สร้างสินทรัพย์มีมูลค่าสูงในตัวเอง ขนย้ายง่าย ไร้ประวัติดิจิทัล และอำพรางเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดได้ ซึ่ง “ทองคำแท่งและพระพุทธรูปทองคำ คือสินทรัพย์ในอุดมคติของการฟอกเงิน เพราะซื้อง่ายขายคล่อง มีตลาดรองรับชัดเจน และหากตรวจพบในบริเวณวัด ก็ยังสามารถอ้างได้ตลอดเวลาว่าเป็นของที่โยมนำมาถวายบูชา ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว”

คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ทำไมถึงทำได้” แต่คือ “ทำไมโครงสร้างถึงเปิดช่องให้ทำมาได้ยาวนาน?”

คำตอบอยู่ที่ มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่เจ้าอาวาสในฐานะผู้แทนวัดแต่เพียงผู้เดียว ในความเป็นจริง ไวยาวัจกรและคณะกรรมการวัดมักเป็นเพียง “ตรายาง” ที่เจ้าอาวาสเป็นผู้แต่งตั้ง หากคนใดเริ่มสงสัยหรือตรวจสอบ ก็สามารถถูกถอดถอนได้ทันที

ขณะเดียวกัน ระบบการกำกับดูแลของรัฐก็มีช่องโหว่ถึง 3 มิติ คือ 1.ไร้มาตรฐานบัญชี วัดไม่ใช่นิติบุคคลเชิงพาณิชย์ จึงไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องส่งงบดุลที่รับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต 2.ปลอดการตรวจสอบทรัพย์สิน แม้เจ้าอาวาสจะมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แต่กลับไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เหมือนข้าราชการระดับสูง และ 3.กำแพงศีลธรรมค้ำคอ สังคมมักมองการตรวจสอบเงินวัดเป็นเรื่อง “การลบหลู่ครูบาอาจารย์” หรือ “ทำลายศาสนา” ส่งผลให้ผู้ตรวจกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาผู้ศรัทธา

ไม้ตาย ปปง. เช็กบิลยึดทรัพย์ทั้งกระดาน

จุดเปลี่ยนที่ทำให้คดีนี้ไม่จบลงแค่การจับสึก คือการที่ตำรวจกองปราบปรามดำเนินคดีในข้อหา ยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.147, ม.157) ฐานความผิดนี้เข้าข่าย “ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน (ปปง.)” โดยทันที ซึ่งให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าอายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง และเปิดใช้กลไก โอนภาระการพิสูจน์ ผู้ถูกกล่าวหาและนอมินีจะต้องเป็นฝ่ายนำหลักฐานมาชี้แจงให้ได้ว่า เงินสดในบัญชี บ้าน รถหรู และทองคำแท่งมูลค่านับร้อยล้าน ได้มาจากแหล่งรายได้สุจริตใด หากชี้แจงที่มาไม่ได้ ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกศาลสั่งยึดตกเป็นของแผ่นดินหรือคืนแก่วัด

ถึงเวลาผ่าตัด “บัญชีวัดไทย”

กรณีวัดพุทไธศวรรย์จะไม่ใช่กรณีสุดท้าย หากรากฐานโครงสร้างยังคงปล่อยให้วัดเป็น “กล่องดำทางการเงิน” ทางออกที่แท้จริงไม่ใช่การตั้งรับรอให้เกิดคดี แต่คือการปฏิรูปเชิงระบบ ต้องกำหนดให้วัดที่มีรายรับเกินเกณฑ์ รับเงินบริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตัดวงจรเงินสดไร้ตัวตน ต้องบังคับให้วัดขนาดใหญ่มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอิสระตรวจสอบงบการเงินประจำปี พร้อมเผยแพร่สรุปต่อสาธารณะ และต้องแยกบัญชีพระออกจากบัญชีวัด กำหนดแนวปฏิบัติและเพดานที่ชัดเจนว่า สิ่งใดคือศาสนสมบัติ และสิ่งใดคือลาภส่วนบุคคล

เมื่อความศรัทธาของประชาชนหมุนเวียนกลายเป็นเม็ดเงินมหาศาล วัดจึงไม่อาจบริหารจัดการด้วยระบบ “ความไว้วางใจส่วนบุคคล” ได้อีกต่อไป ความโปร่งใสไม่ใช่การทำลายพุทธศาสนา หากแต่เป็นเกราะคุ้มกันเดียวที่จะปกป้องพระธรรมวินัยจากผู้แสวงหาผลประโยชน์ใต้ร่มกาสาวพัสตร์

Get notified whenever we post something new!

spot_img

Create a website from scratch

Just drag and drop elements in a page to get started with Newspaper Theme.

Continue reading

“Made in China” ฉบับจีน เปลี่ยน  R&D เป็นอาวุธกำหนดกติกาโลก

“ในทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้เปลี่ยนสถานะจาก "โรงงานของโลก" ไปสู่การเป็นผู้เล่นหลักด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ควบคู่กับการผลิตอุตสาหกรรมระดับสูง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากแต่กำลังปรับโครงสร้างระบบนิเวศของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Ecosystem) ทั้งในระดับจีนเองและระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิตอุตสาหกรรมของจีน ส่งผลต่อการยกระดับระบบนิเวศห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในมิติเทคโนโลยี ต้นทุน ความยืดหยุ่น และความยั่งยืน จนสามารถเปลี่ยนผลงานวิจัยเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว” บทความโดย สันติ ตั้งรพีพากร จีนลงทุนด้าน R&D คิดเป็นสัดส่วนกว่า 2.5% ของ GDP และมีจำนวนสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น AI, แบตเตอรี่ลิเธียม, แผงโซลาร์, ชิป ติดอันดับต้นของโลก การเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการของรัฐ และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ (Huawei, CATL, BYD,...

2 พันล้าน “ไทยพีบีเอส” กับเรตติ้งที่เงียบเหงา ผ่า!โมเดล BBC-NHK บริหาร “สื่อสาธารณะ” อย่างไร ไม่ชนตอ ‘สตง.’

“สองพันล้านจากภาษีบาป แลกกับเรตติ้งที่เงียบเหงา… คุ้มค่าจริงหรือ? ปมร้อน "ไทยพีบีเอส" ท่ามกลางสารพัดข้อครหา ทั้งการผูกขาดอำนาจบริหาร การถูกมองว่าเลือกข้างทางการเมือง ในวันที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนผ่าน สื่อสาธารณะแห่งนี้จะพิสูจน์ "คุณค่าที่แท้จริง" ต่อสังคมได้อย่างไร จะสร้างคอนเทนต์เพื่อสังคม หรือแค่แดนสนธยาของคนกลุ่มเดิม?” ข้อพิพาทระหว่าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กับ ไทยพีบีเอส เกิดคำถามที่ว่า “สื่อสาธารณะมีอิสระแค่ไหนในการบริหารเงิน และองค์กรตรวจสอบเงินแผ่นดินควรขีดเส้นอำนาจไว้ตรงจุดใด?” คือโจทย์ใหญ่ที่สองยักษ์ใหญ่ระดับตำนานอย่าง BBC แห่งสหราชอาณาจักร และ NHK แห่งญี่ปุ่น เคยผ่านการปะทะ ถกเถียง และวางระบบแก้ปัญหาจนกลายเป็นโมเดลมาตรฐานสากลมาแล้ว อะไรคือสูตรสำเร็จที่ทำให้พวกเขา ‘รักษาเงินภาษีของประชาชน’ ไปพร้อมกับ ‘ปกป้องเสรีภาพสื่อ’ ได้อย่างลงตัว? BBC โมเดล แยกขาธุรกิจ ตั้ง ‘กำแพงเหล็ก’ คุ้มกันห้องข่าว ในอังกฤษ...

แกะสูตรลับ “มหาอำนาจการผลิตอัจฉริยะ” ทำไม? ใครก็ไล่ไม่ทัน..จีน

“ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตล้ำยุคอย่างไม่อาจโต้แย้งได้ ด้วยการผุดขึ้นของโรงงานอัจฉริยะ ศูนย์กลางการผลิตหุ่นยนต์ ฐานการผลิตชิป เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในหลายภูมิภาคของประเทศ ทั้งขนาดและอัตราเร่งของการขยายตัวนั้นเร็วกว่าประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกต้องจับตามองศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานการผลิตยุคใหม่ของจีน ผ่านมิติสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร นโยบายรัฐและการสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ การผสานเทคโนโลยีดิจิทัลกับ AI และ ความท้าทายและข้อจำกัดที่ยังคงมีอยู่” บทความโดย  สันติ ตั้งรพีพากร หัวใจของความสำเร็จจีนไม่ได้อยู่ที่การผลิตสินค้าล้ำยุคเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีระบบนิเวศห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรในประเทศเดียว ตั้งแต่การขุดแร่ธาตุหายาก (Rare Earths) การกลั่นวัตถุดิบ การผลิตชิ้นส่วนระดับล่าง ไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้ายและการจัดจำหน่าย ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า จีนควบคุมห่วงโซ่ตั้งแต่เหมืองลิเธียมในออสเตรเลียและอเมริกาใต้ ผ่านบริษัทอย่าง CATL และ BYD ที่ผลิตแบตเตอรี่ lithium-ion กว่า 60%...

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.