วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 28, 2026
หน้าแรกคอลัมนิสต์สืบจากข่าว“รสนา” ชี้รัฐแก้ค่าไฟผิดจุด โยกภาระประชาชน-อุ้มกำไรเอกชน

Related Posts

“รสนา” ชี้รัฐแก้ค่าไฟผิดจุด โยกภาระประชาชน-อุ้มกำไรเอกชน

“รสนา” จี้รัฐบาลแก้ปัญหา ค่าไฟ ที่ต้นตอ ไม่ผลักภาระให้ประชาชนแบกกันเอง ชี้มติ กพช. ปรับค่าไฟก้าวหน้า หนุนโซลาร์ภาคประชาชน ยังไม่แตะโครงสร้างต้นทุนโรงไฟฟ้าเอกชน

รสนา โตสิตระกูล อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค แสดงความกังวลต่อมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่ออก 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) และการส่งเสริมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยเห็นว่าแม้มาตรการดังกล่าวจะถูกนำเสนอเพื่อพยายามลดภาระค่าไฟให้ประชาชน แต่ยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และไม่ได้แตะต้นตอสำคัญของ ค่าไฟ ที่ประชาชนแบกรับมาอย่างต่อเนื่อง

รสนา กล่าวว่า การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าในทางปฏิบัติเป็นเพียงการโยกย้ายภาระระหว่างประชาชนด้วยกันเอง โดยทำให้ผู้ใช้ไฟน้อยจ่ายถูกลง แต่ผลักให้ผู้ใช้ไฟมากต้องจ่ายแพงขึ้น ทั้งที่ต้นทุนค่าไฟแพงของประเทศไม่ได้เกิดจากการใช้ไฟของประชาชน หากเกิดจากโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าที่เอื้อประโยชน์ให้โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ทั้งการจ่ายค่าความพร้อมจ่ายแม้ไม่มีการผลิตไฟจริง การรับซื้อไฟฟ้าในราคาส่วนเพิ่ม หรือ Adder และการสำรองไฟฟ้าเกินความต้องการใช้จริงมากกว่า 50% ซึ่งต้นทุนทั้งหมดถูกผลักรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่ายทุกเดือน

“รสนา” ซัดรัฐแก้ ค่าไฟ ผิดจุด โยกภาระประชาชน แต่อุ้มกำไรโรงไฟฟ้าเอกชน
“สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำคือไม่แตะต้นทุนที่เป็นกำไรของกลุ่มทุนโรงไฟฟ้าเอกชน แต่กลับให้ประชาชนแบกรับภาระค่าไฟกันเองผ่านระบบขั้นบันได คนใช้ไฟมากกลายเป็นคนรับภาระแทนที่จะมีการเจรจาลดค่าความพร้อมจ่าย ลดค่า Adder และทบทวนการสำรองไฟเกินจำเป็น ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของค่าไฟแพง” รสนา กล่าว

สำหรับมาตรการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน แม้จะเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้บางส่วน แต่ รสนา มีความเห็นว่า หากรัฐบาลยังไม่ปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง ทั้งเรื่องขั้นตอนการติดตั้ง ระบบรับซื้อไฟคืนที่เป็นธรรม และการเปิดโอกาสให้ชุมชนผลิตไฟใช้เองในวงกว้าง มาตรการดังกล่าวก็จะเป็นเพียงนโยบายเชิงสัญลักษณ์ที่ช่วยได้เฉพาะบางครัวเรือน ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังคงต้องซื้อไฟฟ้าแพงจากระบบเดิมต่อไป

ทั้งนี้ หากรัฐบาลต้องการลดค่าไฟให้เหลือ 3 บาทตามที่เคยประกาศหาเสียง สิ่งที่ควรทำคือการรื้อโครงสร้างต้นทุนพลังงานทั้งระบบ โดยเฉพาะการทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าเอกชนที่มีภาระค่าความพร้อมจ่าย การยกเลิกภาระค่ากินเปล่า หรือค่าแอดเดอร์ (Adder) ที่หมดความจำเป็น และการบริหารกำลังสำรองไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการใช้จริง มากกว่าการใช้มาตรการโยกภาระจากประชาชนกลุ่มหนึ่งไปให้อีกกลุ่มหนึ่งรับผิดชอบ

สภาผู้บริโภคจึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กพช. ทบทวนแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้า โดยมุ่งแก้ไขที่โครงสร้างต้นทุนการผลิตและการรับซื้อไฟฟ้าอย่างจริงจัง ควบคู่กับการเปิดทางให้พลังงานหมุนเวียนภาคประชาชนเติบโตได้จริง เพื่อให้การลดค่าไฟเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการบริหารตัวเลขที่ทำให้ประชาชนบางกลุ่มต้องรับภาระแทนกันเท่านั้น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

spot_img

Latest Posts