จากกรณีที่ด่านกักกันสัตว์สระแก้วได้ออกประกาศเตรียมขายทอดตลาดสัตว์ของกลาง ซึ่งเป็น “แมวพันธุ์สก็อตติช” จำนวน 11 ตัว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ถึงความเหมาะสมในการนำสัตว์เลี้ยงมาประมูลขายทอดตลาด ตามที่มีภาพปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์ นั้น
ล่าสุด นายโรเจอร์ โลหะนันทน์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย ในฐานะภาคีองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ส่งถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อแสดงความกังวลและขอความกรุณายกเลิกการประมูลแมวและสุนัขของกลางดังกล่าว
กระแสติติง “ยึดจรจัดให้ประชาชนเลี้ยง ยึดแบรนด์เนมเอามาขาย”
ภาคีองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ระบุว่า สังคมกำลังตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานรัฐอย่างรุนแรงว่า
“เวลามีการยึดสุนัขและแมวจรจัดหรือสัตว์ด้อยค่า กรมปศุสัตว์มักฝากฝังให้ภาคประชาชนช่วยรับไปดูแลและเลี้ยงดู แต่เวลามีสัตว์พันธุ์ดีหรือ ‘สัตว์แบรนด์เนม’ กลับนำมาเปิดประมูลขายทอดตลาด เสมือนเป็นการหาประโยชน์โดยมิชอบ…”
แม้ในทางข้อกฎหมายจะเปิดช่องให้หน่วยงานราชการสามารถนำสัตว์ของกลางไปขายทอดตลาดได้ แต่ในฐานะที่ กรมปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแล พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ย่อมต้องตระหนักดีว่า สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อน (Companion Animals) ไม่ใช่ปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อการบริโภคหรือใช้แรงงาน การนำมาประมูลเพื่อหารายได้เข้าจึงเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
หวั่นกลุ่มผู้กระทำผิดแฝงตัวฟอกขาว “ประมูลสัตว์คืน”
อีกหนึ่งข้อกังวลสำคัญคือ การนำสัตว์เลี้ยงประเภท สุนัข แมว นกสวยงาม หรือสัตว์เอ็กโซติก (Exotic Pets) ที่ตรวจยึดมาได้จากการลักลอบค้าหรือนำเข้าอย่างผิดกฎหมายมาเปิดประมูลนั้น อาจเปิดโอกาสให้พวกพ้องของกลุ่มผู้กระทำผิดหรือพ่อค้าของเถื่อน ฉวยโอกาสแฝงตัวเข้ามาประมูลสัตว์เหล่านี้กลับคืนไปสู่ตลาดมืดและวงจรการค้าที่ผิดกฎหมายอีกครั้ง
อธิบดีกรมปศุสัตว์สั่งเบรก! เตรียมตั้ง คกก. ร่วมหาบ้านถาวร
เบื้องต้น สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยได้ประสานงานสายด่วนไปยัง น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อขอให้ระงับการขายทอดตลาดในทันที ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ความคืบหน้าล่าสุดแม้ว่าจะมีแมวบางชุดที่กระบวนการสรุปยอดขายเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อช่วงเช้าวานนี้ แต่ทางอธิบดีกรมปศุสัตว์รับปากว่า หลังจากนี้จะไม่มีการเปิดขายทอดตลาดสัตว์เลี้ยงในลักษณะนี้อีก
แนวทางแก้ไขในอนาคต จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม เพื่อพิจารณากำหนดนโยบายที่เหมาะสม ในการจัดหา “บ้านที่ถาวรและปลอดภัย” ให้แก่สัตว์ของกลางเหล่านี้ เพื่อไม่ให้พวกมันต้องตกอยู่ในวงจรการค้าที่ผิดกฎหมายอีกต่อไป
ทั้งนี้ ทางสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยได้แสดงความขอบคุณ น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และมูลนิธิเอสโอเอสไทยแลนด์ (SOS Thailand) ที่ร่วมช่วยประสานงานเพื่อสวัสดิภาพของสัตว์ในครั้งนี้







