ฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชา ร่วมกับขนส่ง และสาธารณสุข ตรวจปัสสาวะคนขับรถโดยสารสาธารณะ พบคนขับทำหัวใส แกล้งฉี่ไม่ออก พอตรวจค้นเจอปัสสาวะปลอมใส่ขวดเล็กตก พยายามจะกินทำลายหลักฐาน ตรวจฉี่พบเป็นบวก ค้นรถพบยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพคารถ จับดำเนินคดี ยึดใบขับขี่สาธารณะ บริษัทยันไล่ออก
เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันนี้ ( 29 พฤษภาคม 2569 ) จากนโยบายของกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเน้นปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ จังหวัดชลบุรีนำโดย นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นางสาวภัทรชนันท์ ผ่องผาด นายอำเภอศรีราชา สั่งการให้ นายพิพัฒน์พร อัมพรเพ็ชร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับ นางสาววสุณี ชลเชิดชูวงศ์ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอศรีราชา ลงพื้นที่ตรวจปัสสาวะของผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ และปราบปรามยาเสพติดควบคู่ไปด้วย โดยได้ทำการตรวจคนขับรถโดยสารไปเกือบ 20 ราย
จนกระทั่งมาถึง นายสฤษดิ์ หร่ายขุนทด อายุ 57 ปี คนขับรถโดยสารสาธารณะสายศรีราชา-กรุงเทพฯ เดินเข้ามาโดยมีท่าทีพิรุธ ลุกลี้ลุกลน จึงให้เจ้าหน้าที่คุมไปตรวจปัสสาวะในห้องน้ำ แต่นายสฤษดิ์ แจ้งว่าฉี่ไม่ออก จึงพาตัวมานั่งรอและให้ดื่มน้ำเปล่า ผ่านไปกว่า 10 นาที ก็ยังฉี่ไม่ออก เจ้าหน้าที่ได้เห็นอาการจึงเข้าไปสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ พบว่านายสฤษดิ์ให้การวกไปวนมา จึงขอตรวจร่างกายอย่างละเอียด จนพบว่ามีขวดคล้ายขวดยาหยอดตาม ภายในมีน้ำสีเหลืองบรรจุอยู่ ตกลงมาจากขอบกางเกง แล้วนายสฤษดิ์ได้ใช้เท้าเขี่ยขวดดังกล่าวเข้าไปข้างถังขยะเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เห็น แต่ไม่สามารถรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้ จึงทำการสอบสวน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ถือขวดดังกล่าวอยู่ นายสฤษดิ์พยายามแย่งขวดดังกล่าวไปและพยายามจะดื่มน้ำดังกล่าว เพื่อทำลายหลักฐาน แต่เจ้าหน้าที่ได้แย่งกลับคืนมาได้ ทำให้นายสฤษดิ์ยอมรับว่า เป็นนำน้ำอัดลมน้ำดำผสมกับน้ำเปล่า เพื่อเอามาให้เจ้าหน้าที่ตรวจแทนปัสสาวะของตนเอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเค้นสอบถามจนกระทั่งนายสฤษดิ์ยอมรับว่าเสพยาไอซ์มาก่อนหน้านี้ 3 วันแล้ว จึงทำการตรวจปัสสาวะนายสฤษดิ์พบว่ามีผลเป็นบวก จึงเตรียมนำตัวไปดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้นรถโดยสารที่นายสฤษดิ์ขับ แต่นายสฤษดิ์กลับแจ้งว่าไม่ได้เอารถมา รถซ่อมอยู่ที่อู่ เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าของบริษัทเพื่อไปตรวจสอบรถโดยสารที่อู่ตามที่นายสฤษดิ์ให้การไว้ ขณะนำตัวขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ มีคนขับรถสามล้อตุ๊ก ๆ เดินเข้ามาแจ้งว่า มีคนขับรถโดยสารเล็กมาจอดรถ สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้นานแล้ว ยังไม่มีใครมาขับออกไป จึงได้เข้าตรวจสอบว่าเป็นรถของใคร จนผู้จัดการบริษัทออกไปตรวจสอบพบว่า เป็นรถโดยสารที่นายสฤษดิ์ขับจริง จึงขึ้นไปตรวจสอบภายในรถ พบฟลอยและไฟแช็คซึ่งเป็นอุปกรณ์การเสพวางอยู่บริเวณที่นั่งคนขับรถ จึงเอาไปให้นายสฤษดิ์ดู จึงยอมรับว่าเป็นของตนเองจริง และพาเจ้าหน้าที่ขึ้นไปชี้จุดที่ซ่อนยาและอุปกรณ์การเสพ พบยาไอซ์บรรจุในซองสีขาว น้ำหนักประมาณ 1 จี ซุกซ่อนอยู่ในถุงผ้าสีดำ ภายในยังพบอุปกรณ์การเสพอีกจำนวนหนึ่ง นำตัวดำเนินคดี ในข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษ ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ด้านขนส่งอาจดำเนินการยึดใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะด้วย ส่วนทางบริษัทได้ดำเนินการไล่นายสฤษดิ์ออกจากบริษัทโดยทันที













